เสี่ยปรีชา

เสี่ยปรีชา แจกอั่งเปาคนยากจนที่จังหวัดอุดรธานี 5 ล้านบาท คนรอคอยรับกว่า 6 พันคน

เสี่ยปรีชา แจกอั่งเปาคนยากแค้นที่จังหวัดอุดรธานี เนื่องในเทศกาลวันตรุษจีน รวม 5 ล้าน สะอื้นไห้เห็นอกเห็นใจคนยากไร้เพราะว่าเศรษฐกิจไม่ดี โดยมีประชาชนกว่า 6 พันรายมารอรับแจกเงินอั่งเปา

นักข่าวรายงานจากจังหวัดอุดรธานี เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 ม.ค. ที่บ้านสำลีเงิน เลขที่ 599 ถนนหนทางนิตโย เขตเทศบาลนครจังหวัดอุดรธานี นายปรีชา ชัยรัตน์ อายุ 68 ปี หรืออาเสี่ยปัญญาสามารถผู้ครอบครองโรงงานน้ำตาลเริ่มอุดม อพาร์เม้นท์บ้านเชียง ตลาดปัญญาสามารถ รวมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พร้อมนางสรรค์นรา ชัยรัตน์ ภริยา พร้อมครอบครัว ได้แจกอั่งขว้างคนอดอยาก เนื่องในเทศกาลวันตรุษจีน ซึ่งได้ปฏิบัติเสมอๆทุกปี โดยในปีนี้ได้มีการนำเอาเต็นท์มากาง และก็นำเก้าอี้มาให้ผู้มารับแจกอั่งเปาราว 6 พันคนนั่งคอย แล้วก็มีการแจกบัตรคิว เพื่อความเรียบร้อย โดยให้คนไม่สมประกอบ ผู้สูงอายุ เด็ก เข้ามานั่งรอคอยด้านในภายเพื่อรับอั่งเปาก่อน โดยได้ทำโรงทานน้ำกินแล้วก็โรตีแจกฟรี 2 หมื่นชิ้น

นางเลียนแบบ ไพรศรี อายุ 88 ปี อยู่บ้านเลขที่ 606 กลุ่ม 1 ชุมชนหนองบัว ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จ.อุดรธานี เล่าว่า อาศัยอยู่ที่บ้านผู้เดียว มีเงินผู้สูงวัยเลี้ยงชีวิตเดือนละ 800 บาท ตนมารับแจกอั่งเปาตรงนี้เมื่อหลายสิบปีกลาย ตั้งแต่เสี่ยปรีชาแจกอั่งเปาคนละ 100 บาท เงินที่ได้จะนำไปซื้อของกินแล้วก็ยา เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาตนมิได้มารับแจกอั่งเปา เพราะเหตุว่าเจ็บป่วยโรคแก่ เดินมิได้ แต่ว่าข้าราชการได้นำซองอั่งเปาไปให้ตนที่บ้านอาจเพราะว่าเห็นอกเห็นใจผู้ยากจน

แล้วเวลา 10.00 น. นายความรอบรู้ ได้แจกอั่งเปาซองสีแดง ข้างในมีเงินสด 200 บาท ปริมาณ 2 ล้าน และก็สำรองจ่ายอีก 3 ล้าน มาแจกโดยให้ราษฎรตั้งแถว 2 แถวเดินเข้ามาทางประตูด้านตกวันตก แล้วก็

เมื่อรับแล้วให้เดินออกไปทางประตูทิศตะวันออก จะมีน้ำดื่มแล้วก็โรตีแจกให้รับประทานฟรี พอหมดผู้ที่ได้บัตรคิว ก็ได้ให้ผู้ที่ไม่มีบัตรคิวเข้ามารับต่อกระทั่งจะหมด

นายปรีชา แล้วก็นางสรรค์นรา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า วันตรุษจีนปีนี้ก็ราวกับอย่างเช่นทุกปี ไม่ต้องถามคำถามว่าแจกอั่งเปาเยอะแค่ไหน สรุปว่าแจกจวบจนกระทั่งจะไร้คนมารับ ถ้าหากจะทำบุญทำกุศลก็อย่าไปคิดอะไรมากมาย ยิ่งปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี ทั้งมีภัยพินาศน้ำหลาก ต่อด้วยภัยแล้งที่จะแล้งนาน มองได้จากคนนำของกินมาขายขอบฟุตขว้างทมากไม่น้อยเลยทีเดียว นับว่าเศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีสติปัญญาไปรับประทานก๊วยเตี๋ยว ข้าวแกง ขาดเงินไปรับประทานห้องอาหารหรู จำต้องจ่ายกับข้าวริมถนนไปเปลืองที่บ้าน

นายปรีชา กล่าวพร้อมยกมือพนมคละเคล้าเสียงสะอื้นว่า ผมขอภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยทำให้เศรษฐกิจพวกเราดี ช่วยทำให้ประชาชนร่มเย็นเป็นสุขทุกคน รู้สึกเห็นใจสามัญชน เศรษฐกิจไม่ดี พวกเราเคยได้เห็น

พวกเราเคยทราบ พวกเราเคยสัมผัสว่า มันเป็นเยี่ยงไร มาพบแบบงี้มันอดไม่ได้ พวกเรามาถึงที่ตรงนี้ได้ไพเราะเพราะพริ้งบุญเก่าไม่เป็นอะไร พวกเรามีก็เลยต้องการเผื่อแผ่ให้คนไม่ค่อยได้รับโอกาศ แม้ว่าจะมองน้อยนิด แม้กระนั้นก็ต้องการให้ เงินน้อยนิดแต่ว่าบางทีก็อาจจะมากไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับบางบุคคล พวกเรามาช่วยเหลือกันให้เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีดียิ่งขึ้น แม้กระนั้นยังดีอกดีใจที่เหตุการฆาตกรรมไม่มากมาย หรือเกือบจะไม่มี ตนเป็นพ่อค้าก็จะช่วยไป คนละไม้ละมือ มันก็จะดียิ่งขึ้น”

ในที่สุด ขอนิมนต์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งเมืองจังหวัดอุดรธานี ช่วยปกปักษ์ รักษา ปกป้องให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยทำให้ปัญหาที่อยู่ด้านหน้าไปสำเร็จลุล่วงผ่านไปด้วยดีด้วยเถิด.…

พลพัฒนา 1

พลพัฒนา 1 – ทหารที่เป็นช่าง ส่งกำลังพลแล้วก็ยุทโธปกรณ์ช่วยภัยแล้ง 43 จว.

พลพัฒนา 1 – ทหารที่เป็นช่าง ส่งกำลังพลแล้วก็ยุทโธปกรณ์เจาะหนองน้ำบาดาล ในพื้นที่เสี่ยงขาดน้ำในระดับร้ายแรง เพื่อจัดการกับปัญหาภัยแล้ง 36 ที่ 43 จังหวัด ให้กับพสกนิกร

ตอนวันที่ 22 มกราคม63 ที่กอง พลพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ จ.ราชบุรี พลตรีไพรัช โอฬารไพบูลย์ ผู้บังคับบัญชากองพลพัฒนาที่ 1 เป็นประธานในพิธีการส่งกำลังพลและก็ยุทโธปกรณ์ เพื่อดำเนินการโครงงานช่วยเหลือรัฐบาล สำหรับในการขุดแอ่งน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงขาดน้ำในระดับร้ายแรง เพื่อจัดการกับปัญหาภัยแล้ง โดยทางกองพลปรับปรุงที่ 1 ได้รับภารกิจเจาะน้ำใต้ดินในพื้นที่ 2 จังหวัด อย่างเช่น

จ.ลพบุรี แล้วก็ จังหวัดขอนแก่น รวมปริมาณทั้งหมด 36 ที่ โดยกองพลปรับปรุงที่ 1 ได้จัดกำลังพลและก็ยุทโธปกรณ์ ออกดำเนินงานนำรถขุดเจาะหนองน้ำบาดาลไปปฏิบัติการให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพื่อแบ่งน้ำให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างครอบคลุมในพื้นที่ที่ได้รับภัยแล้ง

เวลาเดียวกันที่ท่าอากาศยานค่ายบุรฉัตร ตำบลเกาะพลับพลาที่ประทับ อำเภอเมืองจังหวัดราชบุรี พลโทที่ระลึกนึกถึง ปัญญะบูรณ์ เจ้ากรมการทหารช่าง เป็นประธานพิธีการส่งกำลังพลแล้วก็ยุทโธปกรณ์สำหรับในการขุดบ่อบาดาลจัดการกับปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ รับผิดชอบดำเนินงานปริมาณ 46 ที่

ในพื้นที่ 3 จังหวัด ยกตัวอย่างเช่น อำเภอวังทองคำ อำเภอท่าโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก, อำเภอตากฟ้า จังหวัดจังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็ อำเภอเกษตรบริบูรณ์ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ

ดังนี้การส่งกำลังพลทหารพร้อมยุทโธปกรณ์ ต่อเนื่องมาจากลงความเห็นคณะรัฐมนตรี ตอนวันที่ 7 เดือนมกราคม63 เห็นดีเห็นชอบกรอบส่วนประกอบศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและก็แผนทำการปกป้องและก็ขจัดปัญหาภัยแล้ง ซึ่งที่ทำการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้บูรณาการแผนปฏิบัติงานคุ้มครองป้องกันและก็ขจัดปัญหาภัยแล้ง โดยได้ขอให้ ทัพบก หน่วยสั่งการทหารปรับปรุง กรมทรัพยากรน้ำใต้ดิน เข้าไปทำงานขจัดปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เสี่ยงขาดน้ำในระดับร้ายแรงในพื้นที่ 43 จังหวัด.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/central/1753693

โดนสั่งลงอาญา

กลุ่มโจ๋ซิ่ง ซ่าไม่ออก โดนสั่งลงอาญาไถผมเหี้ยน

โดนสั่งลงอาญา (20 มกราคม63) ที่รอบๆหน้าโรงพักภูธรเมืองจังหวัดอ่างทอง พลตำรวจตรีสังวาลย์ โอกาสศรีลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง นำกรุ๊ปโจ๋ประกอบไปด้วยเยาวชนปริมาณ 3 ราย และรถเครื่องแต่งซิ่ง 2 คัน แล้วก็ผู้ดูแลมาคุยรวมทั้งชวนข้าราชการจากที่ทำการคุมปฏิบัติตนจังหวัดอ่างทองมาทำบันทึกควบคุมดูแล รวมทั้งคุมการกระทำเยาวชนอีกทั้ง 3 ราย

ข้างหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองจังหวัดอ่างทองสามารถติดตามจับตัวเยาวชนที่ก่อเหตุแข่งรถบนทางหลวงซึ่งปรากฏอยู่ในคลิปที่สื่อมวลชนพรีเซ็นท์ พร้อมกับตรวจยึดรถเครื่องอีกทั้ง 2 คัน ซึ่งส่วนมากเป็นรถยนต์ที่ดัดแปลงสภาพ บางคันไม่มีกระทั่งเบรกข้างหลัง ก่อนจะนำตัวมาสืบสวนที่ สภ.เมืองจังหวัดอ่างทอง

โดนสั่งลงอาญา โทษจำไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท

พลตรีตสังวาลย์ เผยออกมาว่าในส่วนของเยาวชน ทางข้าราชการได้ทำทานบนรวมทั้งเรียกผู้ดูแลมารับทราบความประพฤติปฏิบัติความผิดพลาด รวมทั้งให้ชำระค่าปรับในเรื่องของรถยนต์ปรับเปลี่ยนภาวะรวมทั้งผสานข้าราชการคุมปฏิบัติตัวให้นำเยาวชนไปบำเพ็ญผลดีและก็หมายโทษถ้าหากทำผิดข้างใน 2 ปี ผู้ดูแลควรจะมีโทษจำเรือนจำไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งยังจำอีกทั้งปรับ รวมทั้งทำข้อตกลงสำหรับเพื่อการลงโทษด้วยการตัดผม พร้อมตระเตรียมนำโครงข่ายกล้องถ่ายภาพ CCTV ซึ่งมีอยู่ทั่วจังหวัดอ่างทองมาดำเนินการสำหรับในการติดตามผู้ก่อเรื่องอาชญากรรม โดยยิ่งไปกว่านั้นการแข่งรถในทาง ซึ่งการันตีว่าแม้มีการขับรถในลักษณะแข่งขันหรือประมาทหวาดเสียวทางข้าราชการฟ้องร้องคดีแน่ๆ…

อาหารทะเล

สาวถึงกับอึ้ง โดนค่าลวกอาหารทะเลไป4,200 บาท

อาหารทะเล วันนี้(20 มกราคม 63) ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “มาย รักษ์ศรีทองคำ” โพสต์ใจความในกรุ๊ป “ประเทศคอน” ร้องทุกข์ว่าตัวเองไปพักที่โฮเต็ลแห่งหนึ่งในอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้ซื้ออาหารทะเล ของสด ไปให้ทางรีสอร์ทลวกให้ ปรากฎว่าตอนเก็บเงินถึงกับอึ้ง เพราะว่าพบค่าสำหรับบริการแพงถึง 4,200 บาท เนื้อความกล่าวว่า

ขอความคิดเห็นจากทุกคน หน่อยจ้ะ พอดีว่าเมื่อวันศุกร์ก่อนหน้านี้ พวกเรากับน้องๆไปพักที่ อพาร์เม้นท์แห่งหนึ่ง ในขนอม
ซึ่งเราซื่อวัตถุดิบไปเอง แล้วให้ทางอพาร์เม้นท์(ลวก)ให้ เพียงแค่ลวก นะคะ แต่ว่าทางรีสอร์ทคิดค่าลวกราคาขนาดนี้ เหมาะสมกับราคา หรือแพงไปขา #ถามบุคลากรแล้วเขาโยนกันไปๆมาๆจ้ะ

พนักงานก็มิได้มาบริการอะไรนะคะ โต๊ะก็ยกกันเองจ้ะ
ช่วยๆกันแชร์ให้ถึงผู้ครอบครองอพาร์เม้นท์หน่อยนะคะ คนอื่นๆจากได้ไม่พลาดอีกจ้ะ

ชาวเน็ตที่เข้ามาให้ความเห็น ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ค่าใช้…

เด็กแรกเกิดน้อย 8 เดือน

แม่ลูกอ่อนขับเก๋งชนราวสะพาน ลูกแรกเกิดกระเด็น

เด็กแรกเกิดน้อย 8 เดือน (14 เดือนมกราคม63) เมื่อเวลา 16.00 น. ร้อยตำรวจโทนพดล ทองคำยิ้ม พนักงานที่มีหน้าที่สำหรับสอบสวนเวร สภ.เมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง ชนคอสะพาน หน้าศูนย์คูโบต้าจังหวัดกาฬสินธุ์ ถนนหนทางจังหวัดกาฬสินธุ์ – อำเภอยางตลาด ฝั่งขาออก ก็เลยเข้ากระทำพิจารณาในจุดเกิดเหตุพร้อมข้าราชการหน่วยกู้ชีพหน่วยกู้ภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยจุดเกิดเหตุเจอรถเก๋งแบรนด์ฮอนด้าแจ๊ส สีเทา ภาวะยับเยินหยุดอยู่กึ่งกลางถนนหนทาง ถัดมารู้ชื่อผู้ขับเป็นนางสาวอินธุอร อายุ 29 ปี ส่วนผู้โดยสารชื่อนางสาวสาคร อายุ 46 ปี และก็เด็กอายุโดยประมาณ 8 เดือน กระเด็นออกมาจากตัวรถยนต์ โคม่าอีกทั้ง 3 ราย

ข้าราชการหน่วยกู้ชีพหน่วยกู้ภัยได้ช่วยเหลือกันรีบนำคนได้รับบาดเจ็บออกมาจากรถยนต์ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงหมอจังหวัดกาฬสินธุ์ ใกล้กันเจอรถยนต์กระยนต์แบรนด์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีขาว ลำดับที่ทะเบียน เลขลำดับทะเบียน ขข7689 ขอนแก่น ภาวะซุ้มล้อหลังฝั่งผู้ขับมีรอยเฉี่ยวชน ขับรถโดยคนประเทศอื่น รู้ชื่อเป็นนายวอเรน อายุ 50 ปี

เด็กแรกเกิดน้อย 8 เดือน

จากการถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้มองเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวข้างต้นขับมาจากเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ มุ่งหน้าไปทางอำเภอยางตลาด โดยขับมาตามทางแล้วต่อจากนั้นรถเก๋งก็กำเนิดเสียงหลักพุ่งเข้าชนเกาะกลางถนนแล้วก็ได้พุ่งเข้าชนคอสะพาน จนถึงเด็กกระเด็นออกมาจากตัวรถยนต์ รวมทั้งหญิงที่อยู่ด้านในรถยนต์ก็เกือบจะกระเด็นออกมา ด้านในรถยนต์ผู้ที่้มองเห็นสถานะการณ์ก็เลยได้หยุดรถยนต์รวมทั้งรีบโทรแจ้งข้าราชการหน่วยกู้ชีพหน่วยกู้ภัยให้มาช่วยเหลือดังกล่าว

โดยนายวอเรน คนขับฟอร์จูนเนอร์ กล่าวว่าตนได้ขับขี่รถออกมาจากเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยขับขี่รถอยู่เลนซ้าย ซึ่งขณะนั้นได้มีรถเก๋งคันเกิดเหตุได้ขับตามหลังมา แต่ว่าเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุตนมองเห็นหมากำลังผ่านทางตนก็เลยได้พากเพียรหักหลบหมาซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่รถเก๋งจะรีบแซงรถยนต์ของตัวเอง แต่ว่าจู่ๆรถเก๋งคันดังที่กล่าวผ่านมาแล้วก็บากบั่นที่จะหักหลบหมาเหมือนกัน รถยนต์ก็เลยกำเนิดเสียหลักมาแทรกรถยนต์ของตนเอง แล้วหลังจากนั้นรถยนต์ก็ไปแทรกกับเกาะกลางถนนรวมทั้งเสียหลักไปพุ่งเข้าชนคอสะพานอย่างจังทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงทั้งยัง 3 ราย โดยเจ้าหน้าที่สอบสวนเวรจะทำซักถามให้ละเอียดอีกรอบเพื่อหาที่มาของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้…

โรคเชื้อไวรัสโคโรนา

สาธารณสุขไม่เจอคนไข้ โรคเชื้อไวรัสโคโรนา แจงกระแสข่าวลือ ไม่เป็นความจริง

โรคเชื้อไวรัสโคโรนา สาธารณสุขจังหวัด (สสจังหวัด) จังหวัดเชียงใหม่ แถลงแจกแจงในกรณีที่มีข่าวโคมลอยว่าเจอคนเจ็บโรคปอดอักเสบในจังหวัดเชียงใหม่ จากการได้รับเชื้อโคโรทุ่งนาเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น มลฑลหูเป่ยของจีน โดยรับรองว่า ยังไม่เจอคนไข้ที่จังหวัดเชียงใหม่ตามข่าวโคมลอยที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ตอนไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้จังหวัดเชียงใหม่จะมีเที่ยวบินตรงจากอู่ฮั่นอาทิตย์ละ 3 ท่องเที่ยว แต่ว่ามีการดำเนินมาตรการคัดเลือกกรองอย่างเข้มงวด

แพทย์จตุๆชัย แก้วมณี หมอสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แจกแจงว่าในเวลานี้ยังไม่มีรายงานการติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนาสายประเภทใหม่จากคนสู่คนภายในเมืองไทย โดยที่สนามบินนานาประเทศจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการจัดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย หรือเทอร์โมสแกน ซึ่งเป็นกล้องถ่ายภาพวัดอุณหภูมิร่างกายแบบไม่สัมผัส เพื่อคัดเลือกกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาพร้อมสายการบินที่มีเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่นมายังจังหวัดเชียงใหม่ อาทิตย์ละ 3 เที่ยวบิน

ที่ผ่านมามีการทำงานไปแล้วปริมาณ 6 เที่ยวบิน รวมปริมาณผู้โดยสารที่ผ่านการคัดเลือกกรองทั้งหมดทั้งปวง 711 คน ยังไม่เจอคนที่มีลักษณะไม่ปกติ ส่วนการคัดเลือกกรองที่โรงหมอทุกหย่อมหญ้าในจังหวัดเชียงใหม่ เจอคนป่วยสงสัย 2 ราย เป็นหญิงไทยไปดำเนินการที่จีน เดินทางกลับจากอู่ฮั่น-สุวรรณภูมิ แต่ว่าผลของการตรวจรับรองเจอเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B

ส่วนเด็กผู้หญิงคนจีน อายุ 7 ปี เดินทางจากสนามบินอู่ฮั่น-จังหวัดเชียงใหม่ ผลของการตรวจการันตีพบว่าเชื้อ Rhinovirus แล้วก็เชื้อปอดอักเสบที่พบบ่อย โดยการตรวจการันตีเป็นการตรวจจากห้องพิสูจน์มาตรฐานระดับประเทศ 2 ที่ เป็น โรงหมอบำราศนรามองร แล้วก็โรงหมอจุฬาลงมือณ์

นพ.จตุๆชัยกำหนดเหตุว่า ข่าวโคมลอยเรื่องเจอคนป่วยจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (H3N2) ที่สนามบินจังหวัดเชียงใหม่ “เป็นข่าวเท็จ” เพราะว่าเชื้อไวรัส H3N2 เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มีการระบาดประจำในประเทศไทย ไม่ใช่วัวโรที่นาเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งผู้เจ็บป่วยจะได้รับการดูแลอย่างกับไข้หวัดใหญ่ทั่วๆไป ก็เลยขอให้ราษฎรทุกคนอย่าตระหนกตกใจกับข่าวสารที่ส่งต่อกันโดยไม่มีการอ้างอิงจากภาครัฐ รวมทั้งขอให้ทุกคนหยุดการปล่อยข่าวเท็จ หรืองดเว้นการแชร์หรือส่งต่อข่าวสารเท็จดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ซึ่งจะเกิดโทษต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้…

ร้ายแรงเกินกว่าเหตุ

วิภาควิจารณ์ว่าคุณครู ใช้ไม้เรียวฟาดนักเรียนผู้หญิง ร้ายแรงเกินกว่าเหตุ

ร้ายแรงเกินกว่าเหตุ  ปัจจุบันมีแถลงการณ์ว่า คลิปฉาวดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเกิดขึ้นที่สถานศึกษาเชียงรากน้อย สินทรัพย์-สังเวียน เหราบัตย์ที่ระลึกนึกถึง ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดอยุธยา โดยอาจารย์ในคลิปทรายชื่อนายสม ฤาษีประสิทธิ์ คุณครูช่ำชองการพิเศษสอนวิชาพลศึกษา พื้นฐาน ทางเขตพื้นที่ฯ สั่งให้อาจารย์รายดังกล่าวข้างต้นมาช่วยราชการชั่วครั้งชั่วคราว

ที่ สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติจังหวัดอยุธยา เขต 2 เมื่อวันที่ 16 เดือนมกราคม 2563 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาแล้ว แล้วก็มอบหมายศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองป้องกันรวมทั้งช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.) เขตพื้นที่การเรียนรู้ ลงพื้นที่ดูแลนักเรียนด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมด้วยสั่งให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาตั้งผู้ตัดสินสืบเสาะหาข้อพิสูจน์แล้วรายงานผลโดยเร็วถัดไป

ดังนี้เมื่อ นายโชค ปุกปุยอ๊อต ผู้อำนวยการสถานศึกษา ภายหลังที่ได้เรียก นายสม ฤาษีประสิทธิ์ อาจารย์ช่ำชองการพิเศษ สอนวิชาพลศึกษา เข้าไปสนทนา ซึ่งจากนั้นไม่นาน ก็ออกมาแล้วก็มีเหล่านิสิตเก่าที่รอมอบตะกร้าให้เพื่อเป็นอันมากหัวใจ ซึ่งเจ้าตัวถึงกับหลั่งน้ำตา ก่อนที่จะออกมาจากสถานที่เรียนไปในทันที…

ดราม่าล่ามโซ่

เด็กหญิงวัย 16 ดราม่าล่ามโซ่ ที่จริงบ้าขาดยา ตายายช่วยบำบัดรักษา

ดราม่าล่ามโซ่ ความก้าวหน้าในกรณีที่เพื่อนฝูงของเด็กผู้หญิงวัย 16 ปี ในพื้นที่ ตำบลศรีการสู้รบ อำเภอศรีการสู้รบ จังหวัดจังหวัดนครพนม ได้ส่งข้อความขอร้องไปยัง มูลนิธิปวีณา เพื่อเด็กและก็สตรี ข้างหลังสหายถูกตาคุณยายล่ามโซ่ไว้ภายในบ้าน ทำให้มีการเผยแพร่เรื่องราวดังที่ได้กล่าวมาแล้ว รวมทั้งติดต่อประสานงานไปยังหน่วยงานปรับปรุงสังคมรวมทั้งความยั่งยืนมั่นคงของคนเราจังหวัดนครพนม รวมทั้งที่พักเด็กและก็ครอบครัวจังหวัดนครพนม แล้วก็ข้าราชการจากหน่วยงานเกี่ยวเนื่อง เข้าไปตรวจดูช่วยเหลือ

ปัจจุบัน ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กรวมทั้งสตรี เดินทางไปถึงที่หน้าบ้านดังกล่าว เจอนางสาวโบว์ อยู่ข้างในห้องนอนกำลังนอนเล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ โดยที่ขาข้างซ้ายมีโซ่ล่ามไว้กับเสาเตียง ตามร่างกายไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย ก็เลยได้ขอให้คนภายในบ้านช่วยเหลือกันเอาโซ่ออกมาจากขานตอบ.ส.โบว์ซะก่อน ไต่ถาม ตา อายุ 84 ปี แล้วก็ ยาย อายุ 90 ปี ที่เป็นผู้ดูแลดูแล นางสาวโบว์ เล่าว่า นางสาวโบว์เป็นลูกผู้เดียวบิดามารดาแยกทางกันตั้งแต่ยังเล็ก ตายายก็เลยดูแลมาตลอดโดยมีพี่น้องที่อาศัยอยู่รอบๆใกล้เคียงรอให้ความช่วยเหลือ ตอนเด็กๆนางสาวโบว์เป็นเด็กเลี้ยงไม่ยาก เชื่อฟังคนแก่ อารมณ์เบิกบาน แต่ว่าเพียงพอเป็นวัยรุ่นแปรไปติดเพื่อนพ้องแล้วก็คบเพื่อนชายคนจำนวนไม่น้อย อารมณ์ร้ายแรง เคยรังแกตนเอง เสพสารเสพติด หนีออกมาจากบ้าน รวมทั้งเลิกเรียนกลางทางตอนอยู่ มัธยม2

ดราม่าล่ามโซ่ หญิงวัย 16 ปี ยอมรับชอบหนีเที่ยวจริง

ข้างหลังติดตามหลานกลับมาได้ก็พาไปรักษาทางจิตเวช ตั้งแต่เดือน เดือนกุมภาพันธ์62 ปัจจุบันนี้ยังรับประทานยาและก็อยู่ในขั้นตอนเยียวยา อารมณ์จะขึ้นลงที่จำเป็นที่จะต้องล่ามโซ่หลานด้วยเหตุว่ากลัวว่าจะหนีออกมาจากบ้านไปก่อให้เกิดอันตราย เมื่อหลานอารมณ์เย็นลงก็จะปลดปล่อยมีอิสรภาพ โดยการควบคุมดูแลได้ขอคำแนะนำหมออยู่เสมอ รวมทั้งถึงจะล่ามโซ่ไว้แต่ว่าหลานก็มีโทรศัพท์มือถือใช้อยู่เสมอเวลา ตาของนางสาวโบว์ กล่าว

หลังจากนั้นข้าราชการได้ซักถามเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนางสาวโบว์ สารภาพว่าตนเองถูกใจหนีท่องเที่ยวจริง แล้วก็ที่ติดต่อเพื่อนพ้องวิงวอนเนื่องจากไม่ต้องการที่จะอยู่บ้าน เศร้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ยังรักตายายดังเดิม ดังนี้ข้าราชการได้ชวนตายายและก็เครือญาติทุกคน และนางสาวโบว์ มาสัมมนาด้วยกันเพื่อหาวิธีการปรับพฤติกรรมของนางสาวโบว์ ซึ่งทางเครือญาติก็จะไม่มีการล่ามโซน.ส.โบว์อีก โดยทุกคนจะด้วยกันดูแลนางสาวโบว์ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งฝ่ายปกครองในชุมชนจะช่วยสอดส่องพฤติกรรมรวมทั้งเฝ้าระวังความปลอดภัยช่วยเหลือกรณีรีบด่วน ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาฯ จะได้ติดตามความก้าวหน้าถัดไป…

กุมารเลิฟเลิฟ

กระซิบบอกกุมารเลิฟเลิฟ วัดสว่างฯ ขอถูกหวยรางวัลที่ 1 มีคนโชคดีได้ 30 ล้าน

เพียงแค่กระซิบบอก กุมารเลิฟเลิฟ หรือ กุมารทองคำน้องเก้า วัดสว่างอารมณ์ ขอถูกเบอร์รางวัลที่ 1 มีคนโชคดีได้ 30 ล้าน

ตอนวันที่ 14 เดือนมกราคม 63 สาธุชนแล้วก็บรรดานักเสี่ยงดวงเป็นจำนวนมาก เดินทางมากมายราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดสว่างอารมณ์ ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดจังหวัดนครปฐม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกุมารทองคำน้องเก้า หรือกุมารทองคำเลิฟเลิฟ ซึ่งเป็นกุมารทองคำองค์ปัจจุบัน เนื้อทองบรอนซ์ ที่มีขนาดความสูง ราว 1 เมตร ยืนหน้าตายิ้มแย้ม เกล้ามวยผม

สำหรับกุมารทองคำน้องเก้า ทำท่าในลักษณะมือซ้ายกำมือ กระฉับกระเฉง มือขวายกนิ้วเครื่องหมาย เลิฟ เลิฟ แสดงออกถึงความรักความปรานี เป็นกุมารองค์ยืน ที่ทำขึ้นตามตำรับหลวงปู่แย้ม ลูกศิษย์เอกหลวงพ่อเต๋ วัดสามแง่ง รวมทั้งยังเป็นผู้ปลุกเสกร่วมกับคุณครูแป๊ะ ยุคยังไม่ตาย

ดังนี้ สาธุชนไม่น้อยเลยทีเดียวแห่โอบล้อมเคารพบูชา เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์จากเคยให้ลาภลาภกับผู้ที่มาขอพรจนถึงเลื่องลือ ถึงขั้นจำต้องตั้งแถวครั้งละคนบูชา โดยจะมีเทคนิคต้องการมั่งมีจำต้องกระซิบกระซาบที่หู บ้างก็กระซิบกระซาบขอให้ได้โชคปีใหม่ ขอถูกรางวัลที่ 1 ขอให้ครอบครัวแฮปปี้ ขอกันแบบมากมาย

นางบัวคำ ไผ่ล้อม อายุ 63 ปี แม่ค้าขายผลไม้ตลาดนัดนักบุญเปโตร ชาวจังหวัดสมุทรสาคร เผยออกมาว่า ในวันนี้ตั้งมั่นมาขอเลขเด็ด จากกุมารเลิฟ เลิฟ ที่ประชาชนโจษขานว่า ถ้าหากผู้ใดกันขอจำต้องกระซิบบอกข้างหู รวมทั้งขอหลายแบบก็มิได้จำต้องขอสิ่งเดียว แล้วจะไปถึงเป้าหมายจากที่ขอไว้

โดยวันนี้ก็เลยมากมายระซิบข้างหูกุมารขอให้ได้โชคถูกเบอร์เพื่อจะได้นำเงิน ไปปลดหนี้สินให้หมดไป ลึกๆแล้วขอรางวัลที่ 1 ถ้าหากว่าถูกก็จะกลับมาทำบุญสุนทานก่อนที่จะได้เดินทางกลับ ให้คุณครูแป๊ะโปรยน้ำมนต์ เพื่อความเป็นมงคลอีกด้วย

สำหรับ กุมารเลิฟเลิฟ ที่มีบรรดานักเสี่ยงดวงรวมทั้งสาธุชนมาขอโชคลาภ บางรายมาขอให้ลูกสอบเข้าสถานที่เรียนดังได้ บางรายขอให้ผ่านการเกณฑ์ทหาร ก็ได้ดังใจ ถึงขั้นที่มีนักพนันมากมายระซิบขอให้ได้โชคลาภถูกสลากกินแบ่งรางวัลที่ 1 ก็มีผู้ถูกมาแล้ว

โดยคนที่ถูกรางวัลที่ 1 รับเงินรางวัลไป 30 ล้านบาท ได้นำข้าวของมามอบแก้บนเยอะๆ กระทั่งของเด็กเล่นที่เอามามอบให้นั้นเต็มห้อง จำเป็นต้องทำเป็นโรงเก็บ เมื่อครบปีคุณครูแป๊ะก็จะนำไปแจกให้กับเด็กในวันเด็กหรือโรงเรียนสำหรับสอนเด็กอนุบาล แล้วก็โรงหมอ โดย “เลขเด็ด” ที่คนเห็นกันเป็น 38, 36 .

 

แหล่งที่มา… https://www.thairath.co.th/news/society/1748075

ข่มขืนหลานสาวแท้ๆ

ตามจับตัว ปู่หื่น นายสมหมาย ข่มขืนหลานสาวแท้ๆ จนท้อง

ข่มขืนหลานสาวแท้ๆ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ชุดจับ กองกำกับการ 5 กองควบคุมล้มล้าง นำโดย พันตำรวจ

ตรีเกริก น่าฟังสำเนียง สว.กิโลกรัม5 บก.เปรียญพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่รัฐตำรวจ ชุดปฎิบัติการ 2 กอง

กำกับการ 5 กองสั่งงานทำลายล้าง ด้วยกันจับกุมตัว นายสมหมาย (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตาม

หมายจับศาลจังหวัดจังหวัดอุดรธานี ข้อกล่าวหาข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี, โดยใช้อาวุธ,เด็กอยู่ในการ

ปกครองของตนเอง โดยสามารถจับได้ในพื้นที่มัธยม6 บ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี

สืบเนื่องจาก ตอนวันที่ 1 เดือนมีนาคม 2557 เด็กหญิงเอ (นามปากกา) อายุ 12 ปี ผู้เสียหายได้มาอาศัย

อยู่กับ นายสมหมาย แล้วก็นางดวงใจ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นมีความข้องเกี่ยวเป็นปู่และก็คุณย่าของ เด็กหญิงเอ ที่ที่พักในพื้นที่ อำเภอหนองหาน จังหวัดจังหวัดอุดรธานี ถัดมานายสมหมายได้อาศัยจังหวะนา

งดเว้นวงจิตใจไม่อยู่บ้าน ใช้อาวุธมีดจักจี้ เด็กหญิงเอ หลานสาวตัวเองเพื่อบังคับข่มขืนใจให้ เด็กหญิงเอ ร่วมเพศกับตน

แล้วยังได้กระทำการข่มขืนกระทำชำเราอีกบ่อยครั้ง เป็นระยะเวลาเป็นเวลายาวนานกว่า 4 ปี จนถึงอาจารย์ที่สถานศึกษาพบว่าท้องของ เด็กหญิงเอ โตไม่ดีเหมือนปกติ เมื่อพิจารณาก็เลยพบว่า เด็กหญิงเอ กำลังมีท้อง ก็เลยได้ไต่ถามรวมทั้งรู้ว่าถูกนายสมหมายขืนใจก็เลยได้แจ้งให้ผู้ดูแลรู้รวมทั้งได้ฟ้องร้องฟ้องร้องนายสมหมายเมื่อนายสมหมายทราบเรื่อง ก็เลยหลบซ่อนออกมาจากพื้นที่

ข่มขืนหลานสาวแท้ๆ ข่มขืนใจให้ เด็กหญิงเอ ร่วมเพศกับตน

ถัดมาวันที่ 13 เดือนมกราคม2563 เวลาโดยประมาณ 14.30 น.ชุดไต่สวน กิโลกรัม5 บก.เปรียญ สืบรู้ดีว่า นายสมหมายได้แอบหนีมาอยู่รอบๆ แคมป์คนทำงานก่อสร้าง มัธยม6 บ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ก็เลยได้เข้ากระทำการสอบปากคำรวมทั้งจับตัว ส่งพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวนสภ.หนองหาน เพื่อฟ้องร้องคดีโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป แม้กระนั้น จากการถามไถ่ผู้ต้องหาให้การยอมรับตลอดข้อกล่าวหาอ้างถึงว่าอาศัยตอนนางดวงใจไม่อยู่บ้าน ใช้ความรุนแรงปลุกปล้ำ เด็กหญิงเอจริง พอเพียงวันหลังนางดวงใจทราบเรื่องดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ก็มานะห้ามตัวเองแต่ว่ายับยั้งใจไม่ไหวจนถึงและก็กระทำชำเรา เด็กหญิงเอ จวบจนกระทั่งตั้งครรภ์ รวมทั้งเมื่อรู้ว่าถูกฟ้องร้องคดี ก็เลยได้หลบซ่อนมาอยู่ จังหวัดสุราษฏร์ธานี จนกระทั่งถูกตำรวจจับกุมตัว…