ครูบาน้อย

คอหวยเฮ เลขเกจิล้านนา ครูบาน้อย เข้านิโรธ 3 วัน ได้ลุ้นงวดนี้

เกจิดังล้านนา ครูบาน้อย เตรียมเข้านิโรธกรรมปฏิบัติธรรม 3 วัน 3 คืน ในกระท่อมรั้วไม้ไผ่ โดยไม่ฉันของกิน มีเพียงแต่น้ำมงคล 9 วัดที่ใส่เอาไว้ข้างในบาตรแค่นั้น ก่อนชวนธงสู่ยอดเสารวมทั้งจุดดอกไม้ไฟ

1 หมื่นดอก หลังสิ้นเสียงนัดหมายในที่สุดผ้าแดงหล่นลงมา ลูกศิษย์ต่างวิ่งไปดูเลขในผ้าแดง เจอเลข 696 และก็ 52 คอหวยได้เฮ ตระเตรียมนำไปแทงงวดนี้

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์63 พระครูสิริศีลสังวร หรือ ครูบาน้อย เตชปัญโญ อายุ 69 ปี เกจิอาจารย์ล้านนา เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เข้าประพฤติตามธรรมเข้านิโรธกรรม เป็นปีที่ 27 ด้านในสถานที่ปฏิบัติธรรมเป็นกระต๊อบมีความกว้าง 5 วา ยาว 5 วา มุง

ด้วยฟาง อยู่ในเขตราชวัติ 7 ชั้น หรือรั้วไม้ไผ่ ตรงเวลา 3 วัน 3 คืน โดยไม่ฉันอาหาร ฉันเพียงแค่น้ำที่เอามาจากวัดที่มีนามอันเป็นมงคล ปริมาณ 9 วัด เพียงแค่บาตรเดียวแค่นั้น โดยในพิธีการได้นิมนต์คณะสงฆ์ปริมาณ 12 รูปเข้ามาร่วมในพิธีการแล้วก็ทำตรวจสอบภายในกระต๊อบที่มีเพียงแค่น้ำบาตรเดียวที่คุณครูน้อยจะใช้ในลัษณะของการอุปโภครวมทั้งบริโภค

โดยในพิธีการ ครูบาน้อยได้เชิญธงชัยชนะปราบมารบรรดาลโชคมหาลาภา ซึ่งเขียนคาถาไว้เต็มผืนธงขึ้นสู่ยอดเสา เป็นเครื่องหมายว่า อาจารย์บาน้อย จะเข้านิโรธบาป 3 วัน 3 คืน และก็ในตอนที่ทำงานชักธงขึ้นสู่ยอดเสาได้มีการจุดดอกไม้ไฟปริมาณ 10,000 ดอก เพื่อแจ้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับการเข้านิโรธ

บาปในคราวนี้ โดยหลังสิ้นเสียงประทัด บรรดาศิษย์ต่างทราบดีว่าข้างหลังเสียงประทัดลูกท้ายที่สุดจะมีผ้าสีแดงมีตัวเลขหลุดล่วงลงมา ซึ่งลูกศิษย์ทั้งหลายแหล่จะพากันไปคอยรับ แล้วก็ลุ้นจำนวน ซึ่งเจอเลขที่ออกมาเป็นเลข 3 ตัวเป็น 696 รวมทั้งเลข 2 ตัว 52 มองเห็นชัดแจ้ง

สำหรับวันออกนิโรธบาปในเวลา 06.09 น. วันที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์นี้ จะมีพิธีการบายศรีสู่ขวัญรวมทั้งสะเดาะเคราะห์แบบล้านนาโบราณ พร้อมแจกวัตถุบูชาให้กับศิษยานุศิษย์ที่มาร่วมพิธีการได้ร่วมทำบุญสุนทานภายในมหาวิหารหลวง ความยาว 100 เมตร แล้วก็เป็นวันที่องค์พุทธรูปหลวงพ่อเพชรสมประสงค์ พระประธาน จะสร้างเสร็จในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีการจุดดอกไม้ไฟอีก 10,000 ดอกอีกทีหนึ่ง.…

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

พิพัฒน์ จัดเต็มท่องเที่ยวปัตตานี เปิดงานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวอลังการ

พิพัฒน์ เปิดมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน ยิ่งใหญ่ตระการตาที่เมืองจังหวัดปัตตานี กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภช เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จังหวัดปัตตานี เพื่อสนับสนุน การท่องเที่ยว

ช่วงวันที่ 7 กุมภาพันธ์63 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวรวมทั้งกีฬา เป็นประธานเปิดงานมหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานีอาเซียน กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจังหวัดปัตตานี” ประจำปี 2563 เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของจ.ปัตตานี แล้วก็สร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวสำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวจ.ปัตตานี โดยมี นายสิรภพ ดวงสอดศรี

ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวฯ นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขาฯ รัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยว พร้อมกับ นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ให้การต้อนรับ และก็ร่วมในพิธีการเปิด ณ รอบๆศาลเจ้าเล่งจูเกียง อำเภอเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

นายพิพัฒน์ พูดว่า จังหวัดปัตตานี ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม มีวัฒนธรรมคนประเทศไทยพุทธ วัฒนธรรมคนประเทศไทยชาวมุสลิม รวมทั้งวัฒนธรรมคนประเทศไทยเชื้อสายจีน สิ่งเหล่านี้นับเป็นมนตร์เสน่ห์เย้ายวนใจนักเดินทาง การจัดงานในคราวนี้จะเป็นเสมอเหมือนการถ่ายทอดความภูมิใจของชาวจังหวัดปัตตานีสู่สายตาบุคคลภายนอก เพื่อทำให้นักเดินทางต้องการมาสัมผัส จังหวัดปัตตานีเพิ่มมากขึ้น

แล้วก็กำเนิดภาพลักษณ์ที่ดีในด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด ตนขอยกย่องรวมทั้งขอบคุณมากชาวจังหวัดปัตตานี แล้วก็ผู้ที่มีการเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือ ร่วมมือ พร้อมใจ สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการจัดงานนิทรรศการท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานีอาเซียน “รู้คุณคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอรั้ง” รายปี 2563 มีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีความโหฬารรวมทั้งน่าดึงดูด ซึ่งบ่งบอกถึงถึงความมุ่งมั่นสำหรับเพื่อการสร้างบรรยากาศ การอยู่ร่วมกันด้วยความรู้ความเข้าใจ ไว้ใจ แล้วก็เชื่อใจกัน เพื่อความสงบเงียบแล้วก็ความสงบสุขของบ้านเรือนอย่างแท้จริง

จังหวัดปัตตานี โดยกระทรวงการท่องเที่ยวรวมทั้งกีฬา ที่ทำการการท่องเที่ยวและก็กีฬาจ.ปัตตานี ททท. ร่วมกับมูลนิธิเทวดาสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชา ททท. ที่ทำการจังหวัดนราธิวาส เทศบาลเมืองจังหวัดปัตตานี หน่วยงานบริหารส่วนจ.ปัตตานี แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวทั้งยังภาครัฐ แล้วก็ภาคเอกชน สื่อมวลชนแล้วก็สามัญชนจังหวัอจังหวัดปัตตานี ได้จัดงานมหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานีอาเซียน “กตัญญู คู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอรั้งจังหวัดปัตตานี” รายปี 2563 ระหว่างวันที่ 5-11 กุมภาพันธ์63 ณ รอบๆ ถ.อาเนาะรู ถ.ปะนาเระ แล้วก็ ถนนปัตตานีภิรมย์ อำเภอเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี.…

เครื่องบินไถลชนรถลาก

เครื่องบินไถลชนรถลาก นายช่างเสียชีวิต เจ็บอีก 1 นกแอร์อธิบาย เยียวยา

เครื่องบินไถลชนรถลาก ขณะลากเข้าหลุมจอด นำมาซึ่งการทำให้นายช่างภาคพื้นดิน เสียชีวิต เจ็บอีกราย สายการบินอธิบาย พร้อมเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย

วันที่ 7 ก.พ. 2563 นักข่าวกล่าวว่า เมื่อเวลาราว 08.00 น. เกิดเหตุเรือบินของสายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD6458 ทาง ดอนเมือง-นครศรีธรรมราช ชนกับรถลากเรือบินลำดังที่กล่าวถึงแล้ว ขณะกำลังลากเข้าหลุมหยุด เพื่อไปรอคอยรับผู้โดยสาร เดินทางไปยังนครศรีธรรมราช เพราะว่าเครื่องไม้เครื่องมือลากที่เชื่อมต่อระหว่างรถลากรวมทั้งตัวเครื่องบินกำเนิดขาด ทำให้เครื่องบินได้รับความเสียหาย

ระหว่างที่ มีผู้ป่วย 2 ราย เป็นพนักงานภาคพื้น โดยหนึ่งในนั้น คือ พนักงานขับรถลาก ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ส่วนเครื่องบินที่ได้รับความเสียหาย ทางสายการบินได้มีการเปลี่ยนแปลงเครื่องลำใหม่ มากระทำการบินแทน ทำให้เที่ยวบินดังที่กล่าวมาแล้ว ล่าช้ากว่าระบุไป 1 ชั่วโมง

ถัดมา สายการบินนกแอร์ ได้แจกแจงถึงกรณี รถยนต์เคลื่อนย้ายอากาศยาน เกิดอุบัติเหตุ เมื่อเช้านี้ ส่งผลให้ นายธนิสร อ่อนชะอ่ำ นายช่างภาคพื้นดิน (Mechanic) เสียชีวิต ซึ่งในตอนนี้อยู่ในกรรมวิธีชันสูตรศพ ถึงสิ่งที่ทำให้เกิดการตาย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวโยง สืบสาวหาข้อพิสูจน์ของอุบัติเหตุ

ดังนี้ สายการบินฯ จะปฏิบัติการช่วยเหลือในส่วนของเงินแก้ไข และก็ดูแลภาวะจิตใจครอบครัวของบุคลากรอย่างเต็มเปี่ยม

สายการบินนกเครื่องปรับอากาศ รู้สึกเศร้าเป็นอย่างยิ่งกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ดังนี้ สายการบินได้มีการกระทำตามมาตรฐานความปลอดภัย แล้วก็ระเบียบปฏิบัติขั้นตอนอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานสากล

ด้าน ร้อยโทสัมพันธ์ ขุทรานนท์ ผู้อำนวยการสนามบินดอนเมืองเปิดเปิดเผยว่า ได้รายงานการเกิดอุบัติเหตุดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ให้ที่ทำการการบินพลเรือน หรือ กพื้นที่ รู้แล้ว ดังนี้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เป็นการเกิดขึ้นในส่วนของงานบริการพื้นทวีป มิได้เกิดขึ้นบนอากาศ ก็เลยไม่ได้มีการเก็บพิทักษ์ตัวเครื่องบินไว้อะไร

โดยต่อจากนี้ทราบดีว่า นกแอร์จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบปากคำ ซึ่งจึงควรพิจารณาในเนื้อหาถัดไปว่า ควรมีผู้ตัดสินที่เป็นตัวแทนจาก กพื้นที่ หรือสนามบินดอนเมือง ร่วมไหม ซึ่งเมื่อผลของการสอบปากคำทราบดีแล้ว จะมีการดำเนินงานกับผู้เกี่ยวข้องว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ มาจากความผิดพลาดในส่วนงานใด เพื่อวางมาตรการสำหรับเพื่อการปกป้องปัญหาถัดไป…

รวบแก๊งค้ายารายใหญ่

ตชด.417 แจ๋ว ล่อซื้อก่อนบุกรวบแก๊งค้ายารายใหญ่ เจอ ยาบ้า-ไอซ์ อื้อ

ตชด.417 แจ๋ว ล่อซื้อก่อนบุก รวบแก๊งค้ายารายใหญ่

ตชด.417 สุราษฎร์ฯ ล่อซื้อยาบ้า ไอซ์ ก่อนนำกำลังเข้า รวบแก๊งค้ายารายใหญ่ ที่ปรับเปลี่ยนรถยนต์ซุกซ่อนตบตาเจ้าหน้าที่ รับทำเป็นครั้งที่ 2 วิ่งจากเมืองกาญจน์ไปส่งที่นครศรีฯ ได้ค่าแรงทีละ 2 แสนบาท พร้อมหลักฐาน 146,000 เม็ด ไอซ์ 1 กก

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์63 ที่ ร้อย.ตชด.417 จังหวัดสุราษฎร์ นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผวจ.สุราษฎร์ พันตำรวจเอกเชิดพงษ์ ชิวความรอบรู้ รอง ผบกรัมภ.จว.สุราษฎร์ พันตำรวจเอกสมชาย ศรีศรยุทธ ผกก.กก.ตชด.41 พร้อมข้าราชการชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจตระเวณชายแดนที่ 417 ร่วมแถลงข่าวจับตัวนายวิชัย ศรกึ่งกลาง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 กลุ่มที่ 4 ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ผู้ต้องหาลักลอบค้าสารเสพติด พร้อมหลักฐาน ยาบ้าปริมาณ 146,000 เม็ด ยาไอซ์ ปริมาณ 1 กิโลกรัม รถปิคอัพแบบตอนเดียว ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 2 ฒณ 5583 จ.กรุงเทพฯ ปริมาณ 1 คัน รวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

สืบไปจากชุดจับได้ทำจับกุมตัวผู้ต้องหาค้าสารเสพติดปริมาณ 2 ราย และก็กระทำขยายผลจนถึงทราบดีว่า นายวิชัย ผู้ต้องหามีความประพฤติลับลอบค้ายาเสพติดรายใหญ่ ก็เลยได้ส่งสายกระทำการล่อซื้อ

ปริมาณ 6 พันเม็ด รวมทั้งยาไอซ์ปริมาณ 1 กิโล โดยนัดหมายส่งของกันที่รอบๆข้างทางสายจังหวัดสุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช ข้างป้อมทางหลวง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อถึงเวลานัดหมาย ผู้ต้องหาได้ขับขี่รถกระบะแบบมีรั้วบรรทุกของเข้ามาหยุด ข้าราชการก็เลยได้แสดงตัวเข้าจับตัว

รวมทั้งผู้ต้องหายังยอมรับว่า ยังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ในช่องลับของรถยนต์อีก แล้วหลังจากนั้นก็เลยนำรถยนต์ไปที่อู่เพื่อค้นหายาเสพติด ปรากฏว่าผู้ต้องหาได้ปรับเปลี่ยนตัวถังของรถยนต์ แล้วก็ซุกซ่อนยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ทั้งปวง เอาไว้ในรอบๆช่องลับรอบๆข้างกระบะใกล้ซุ้มล้อ ซึ่งดัดแปลงแก้ไขโดยใช้แผ่นเหล็กเชื่อมเป็นช่องลับทั้งคู่ด้าน ก่อนที่จะนำตัวกลับมาซักถามเสริมเติม

รวบแก๊งค้ายารายใหญ่

จากการสืบสวนนายวิชัย ผู้ต้องหา ยอมรับว่า หลักฐานทั้งหมดทั้งปวงได้ขับขี่รถรับของจากนายจ้าง ไม่รู้ชื่อ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ รอบๆถนนหนทางบายพาสสายวังไทร หน้าวัดหัวทุ่งนา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีผู้ส่งของซึ่งใช้รถปิคอัพแบบตอนเดียวมีรั้วบรรทุก แบรนด์โยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน

ทะเบียน 7957 จังหวัดกาญจนบุรี มาเทียบท่าแล้วจับยาเสพติดจากช่องลับที่ทำเหมือนกันกับรถยนต์ตัวเอง มาส่งให้ ก็เลยนำไปซุกซ่อนเอาไว้ในช่องลับรถยนต์ของตัวเอง แล้วนำรถยนต์กลับไปหยุดนอนที่ที่พัก แล้วก็เริ่มเดินทางจาก จังหวัดจังหวัดกาญจนบุรี ในช่วงเวลาเช้าของวันที่ 4 กุมภาพันธ์โดยใช้ทางสาย 41 เพื่อจะนำไปส่งให้กับนายบัง ไม่เคยทราบชื่อนามสกุลจริง รอบๆข้างถนนก่อนถึงโรงพยาบาลท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยคนรับจะโทรบอกจุดอีกรอบหนึ่ง และก็ได้แวะส่งยาม้าให้กับสายที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ว่ามาโดนจับได้เสียก่อน

ดังนี้โดยผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า เคยทำคราวนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกตอนก่อนปีใหม่ ได้นำยาบ้าไปส่งที่ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ปริมาณ 1 แสนเม็ด โดยได้รับค่าจ้างทีละ 2 แสนบาท รวมทั้งจะได้เงินเมื่อของถึงจุดหมาย ต่อจากนั้นนำเพศผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อฟ้องร้องคดีในข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษชนิด 1 ยาบ้า, ไอซ์ เอาไว้ภายในถือครองเพื่อขายถัดไป.…

ไข่มดแดง

ชาวหนองโบสถ์ สู้ภัยแล้งออกหา ไข่มดแดง เลี้ยงชีวิต-เสริมรายได้สวย

จัดการภัยแล้ง ชาวบ้านหนองโบสถ์ โคราช รับมือเศรษฐกิจทรุดตอนแล้งที่คงจะวิกฤติ ออกมาหากิน หาเลี้ยงตัวตามวิถีบ้านเชิงเขาด้วยการหา ไข่มดแดง แหย่ไข่มด เพื่อนำกลับไปทำกับข้าวรสอร่อยได้หลากหลายเมนู ถือว่าเป็นการหาเลี้ยงชีพ แล้วก็สร้างอาชีพเสริมเมื่อนำไปขายได้กิโลละ 400-500 บาท ได้กำไรได้เป็นกอบเป็นกำ

ไข่มดแดง

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จังหวัดนครราชสีมา ในฤดูแล้งของปีนี้ ชาวบ้านในหลายพื้นที่ต่างเฝ้าระวังคุ้มครองปกป้องไฟป่ากันอย่างเข้มงวด เนื่องจากว่าภาวะป่าเต็มไปด้วยเชื้อเพลิงที่สมควรต่อการจุดไฟรวมทั้งทำให้แพร่กระจายได้อย่างเร็ว ยกตัวอย่างเช่นที่บ้านหนองโบสถ์ ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี ประชาชนจะต้องช่วยเหลือกันออกมาทำแนวกันไฟที่ตีนเขาด้านหลังหมู่บ้าน เพื่อเตรียมรับมือในยามจุดเกิดเหตุไฟป่า ลดความย่ำแย่ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งส่วนใดก็ใช้โอกาสนี้หาอยู่หากินตามวิถีชีวิตพื้นที่ด้วยการสอยไข่มดแดงเพื่อมาทำกับข้าวกินด้วยกัน ทุ่นค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่งด้วย

โดยชาวบ้านจะใช้ลำไม้ไผ่ยาวหลายเมตร ผูกใกล้กับถังที่ไว้เพื่อใส่น้ำ และจากนั้นจึงนำไปสอยรังมดแดงที่กำลังเริ่มสร้างรังวางไข่เป็นอย่างมากในเดี๋ยวนี้ ซึ่งจะเลือกเอารอบๆที่อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ เนื่องด้วยยังคงมีต้นไม้ผลิใบสีเขียวอยู่บ้าง มดแดงก็จะหนีจากต้นไม้ที่แล้งเพื่อมารวมตัวสร้างรังกันอยู่เยอะๆ เหมาะสมแก่การแหย่ไข่มดแดงรวมทั้งได้ประสิทธิภาพที่ดี ซึ่งในวันนี้ชาวบ้านช่วยเหลือกันสอยไข่มดแดงไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็ได้ไข่มดแดงมามากยิ่งกว่า 1 กิโล ซึ่งราษฎรจะเลือกเอาเฉพาะไข่มดแดงแค่นั้น ส่วนตัวแม่ก็จะปล่อยกลับสู่ธรรมชาติเพื่อได้สร้างรังใหม่ เพื่อจะแพร่พันธุ์ถัดไป ซึ่งจะใช้แป้งมันเป็นตัวแยกไข่กับตัวแม่มดแดงออกมาจากกัน ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะว่ามดแดงนั้นผิดกับแป้งผูก เมื่อแป้งมันถูกตัวก็จะพากันทิ้งไข่รวมทั้งหนีออกมาโดยทันที

ไข่มดแดง

ส่วนเมนูที่นิยมนำไปทำครัวกินนั้น ถ้าหากได้ไข่หลายชิ้น ก็จะนำไปทำลาบหรือพล่าไข่มดแดง ส่วนหนึ่งก็จะนำไปแกงกับผักหวานที่เป็นของคู่กันในตอนหน้าแล้งแบบนี้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีประชาชนหลายรายออกหาแหย่ไข่มดแดงตามสถานที่ต่างๆเพื่อนำไปจัดจำหน่ายสร้างรายได้พิเศษเลี้ยงครอบครัวยามพื้นที่ว่างเว้นจากวิธีการทำไร่ทำนายามฤดูแล้ง โดยราคาซื้อขายไข่มดแดงจะมากถึงโลละ 400-500 บาท.…

งูหางแฮ่ม-กบสังขละ

เจอครั้งแรกรอบ 20 ปี งูหางแฮ่ม-กบสังขละ

พบครั้งแรกรอบ 20 ปี งูหางแฮ่ม-กบสังขละ

นักวิจัยพบ 2 สัตว์ป่าหายาก งูหางแฮ่มกบสังขละ โผล่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี หลังไม่เห็นตัวมานานกว่า 20 ปี จนคิดว่าสูญพันธุ์ ล่าสุดจับฝังไมโครชิปติดตามพฤติกรรมงู 11 ตัว หวั่นคนจับให้นักสะสมของแปลก นักวิจัยชี้ ไม่เห็นมา 20 ปีกว่า นึกว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว

ข่าวน่ายินดีมีการพบสัตว์ป่าหายากในผืนป่าตะวันตกในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้ค้นพบสัตว์ป่าหายากที่ไม่เคยพบในป่าธรรมชาติมาแล้วกว่า 20 ปี นั่นคือกบสังขละ และงูหางแฮ่ม หรืองูหางแฮ่มกาญจน์ ที่จัดอยู่ในกลุ่มงูเขียวหางไหม้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง เพราะเดิมทีนักชีววิทยาคิด

ว่าสัตว์ทั้ง 2 ชนิดนี้สูญพันธุ์ไปแล้ว โดยกบสังขละเป็นกบขนาดกลาง ความยาวจากหัวถึงก้นราว 5 เซนติเมตร หน้ายาวแหลม แผ่นหูสีน้ำตาลเข้มปรากฏชัดเจน ปลายนิ้วเรียว มือไม่มีพังผืด หลังสีน้ำตาลเทา มีลายและสีดำ บนหลังมีเส้นสีครีมถึงสีส้มจากปลายจมูกผ่านเหนือตาไปตามเหนือสีข้างถึงก้น มีแถบสีดำจากจมูกพาดตาและแผ่นหูยาวไปตามใต้แนวสันลำตัว สีข้างและท้องสีขาวครีมแต้มลายสีน้ำตาลเข้ม ขาหลังมีลายพาดสีน้ำตาลเข้ม ริมฝีปากสีครีมสลับน้ำตาลเข้ม มีเส้นสีขาวจนถึงมุมปาก

หัวหน้าอุทยานฯเขาแหลมกล่าวอีกว่า สำหรับ งูหางแฮ่ม กรมอุทยานแห่งชาติฯตั้งทีมขึ้นมาเพื่อ ศึกษาวิจัยสัตว์ชนิดนี้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมโดยเฉพาะ พบว่างูหางแฮ่ม หรืองูหางแฮ่ม–กาญจน์ เป็นงูพิษเขี้ยวหน้าขนาดกลางในกลุ่มงูเขียวหางไหม้ (Pit Viper) จัดเป็นสัตว์เฉพาะถิ่น (Endemic)

ที่มีรายงานการพบเฉพาะในพื้นที่เขาหินปูน จ.กาญจนบุรี เท่านั้น มีรายงานการพบครั้งแรกที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี เป็นที่มาของชื่อสามัญที่นิยมใช้เรียกกันว่า “Kanburi Pit Viper” พวกมันจะอาศัยอยู่ตามเขาหินปูนในป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ความยาวลำตัวตั้งแต่ปลายจมูกถึงปลายหางเฉลี่ย 40 เซนติเมตร มีพฤติกรรมดักซุ่มโจมตีเหยื่อ โดยการขดตัวอยู่นิ่งๆ แล้วรอให้เหยื่อเข้ามาใกล้แล้วจึงจับกินเป็นอาหาร ออกหากินทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน อาหารส่วนใหญ่ของงูหางแฮ่มกาญจน์ ได้แก่ ตุ๊กแกป่าไทรโยค ตุ๊กแกป่าคอขวั้น ตุ๊กแกป่าลายจุด จิ้งจกดินลายจุด จิ้งจกดินหางสีส้ม จิ้งจกหิน เมืองกาญจน์ กบ เขียด หรืออึ่งขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

งูหางแฮ่ม-กบสังขละ

นายเทวินทร์กล่าวอีกว่า งูหางแฮ่มออกลูกเป็นตัว ครั้งละประมาณ 5-10 ตัว ขึ้นอยู่กับขนาดและความสมบูรณ์ของแม่งู ช่วงฤดูผสมพันธุ์และฤดูกาลที่ออกลูกยังไม่มีการศึกษาและมีข้อมูลที่แน่ชัด สำหรับข้อมูลพื้นฐานของงูหางแฮ่มกาญจน์ในด้านอื่นๆนั้นยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกมาก ส่วนปัจจัยคุกคามที่สำคัญของงูหางแฮ่มกาญจน์ ได้แก่ พื้นที่อาศัยถูกทำลายเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เขาหินปูนถูกระเบิดเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ การจุดไฟเผาป่า อีกทั้งยังมีการจับออกมาขายเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงหายากในกลุ่มคนชอบสะสมหรือเลี้ยงสัตว์แปลก มีการส่งขายไปทั่วโลก มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์สูงมาก โดยขณะนี้กลุ่มนักวิจัยของกรมอุทยานแห่งชาติฯได้ฝังไมโครชิปเพื่อติดตามพฤติกรรม การใช้ชีวิต การเคลื่อนที่ และการอยู่อาศัย สำหรับงูหางแฮ่มไปแล้ว 11 ตัว ถือเป็นความสำเร็จเรื่องการดูแลทรัพยากร และการพยายามจะดูแลอนุรักษ์เอาไว้ซึ่งสัตว์ป่าอีกอย่างหนึ่ง…

โจรใต้ลอบวางระเบิด

โจรใต้ลอบวางระเบิด หวังฆ่าทหารลาดตระเวน โชคดีทุกคนไม่มีอันตราย

โจรใต้ลอบวางระเบิด แสวงเครื่อง 10 กิโลกรัม หวังฆ่าทหารพราน ฉก.นย. ขณะออกลาดตระเวนในทาง อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส แต่ว่าโชคดีไม่มีเจ็บและก็เสียชีวิต ข้าราชการมั่นใจว่าเป็นฝีมือกลุ่มไม่ประสงค์ดีที่ต้องการสร้างสถานการณ์

โจรใต้ลอบวางระเบิด

เมื่อเวลา 07.25 น. วันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์63 ร้อยตำรวจโทรวิ ศิลปะปัญญา รอง สว.สอบสวน สภ.ยี่งอ จังหวัดนราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่หัวมุมเกาะกลางของโคนป้ายบอกจุดกลับรถ บนถนนสาย 4066 ตอนรอบๆบ้านบลูกา มัธยม3 ตำบลตะปอเยาะ ก็เลยพร้อมกับ พันตำรวจเอกธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก.สภ.ยี่งอ น.อ.สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับบัญชาฉก.ทพ.นย.กองทัพเรือ ข้าราชการชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดนย. รวมทั้งข้าราชการชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดนปพ. กองกำกับการตำรวจภูธร จังหวัดนราธิวาส ข้าราชการกองพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดนราธิวาส แล้วก็ตำรวจ ทหาร รุดเดินทางไปวิเคราะห์จุดเกิดเหตุ

โจรใต้ลอบวางระเบิด

เจอที่บริเวณหัวมุมเกาะกลางของโคนป้ายบอกจุดกลับรถ ถูกอนุภาพของระเบิดมีหลุมระเบิดลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต แล้วก็ขอบปูนซิเมนต์ของเกาะกึ่งกลางที่ทาด้วยสีขาวและก็สีดำ และก็โคนเสาของป้ายบอกจุดกลับรถ ถูกแรงระเบิดได้รับความทรุดโทรม เศษซากส่วนประกอบของระเบิดแสวงเครื่องที่ฆาตกรประกอบใส่เอาไว้ข้างในกล่องเหล็ก หนัก 10 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสำหรับติดต่อสื่อสาร ข้าราชการก็เลยได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จากการสอบปากคำรู้ดีว่า ในช่วงเวลาที่ข้าราชการหน่วยสอดแนมชุดเฉพาะกิจนย.ปริมาณ 1 ชุดดำเนินการ นั่งรถปิคอัพเพื่อเที่ยวตรวจตรวจทานความเรียบร้อยทางเขตพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ เมื่อถึงจุดจุดเกิดเหตุได้มีฆาตกรไม่เคยทราบปริมาณซ่อนตัวอยู่ในป่ารกทึบข้างทาง ได้ใช้วิทยุสำหรับติดต่อสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปฝังไว้ใต้โคนเสาบอกจุดกลับรถ จนกระทั่งมีการเกิดระเบิดเสียงดังดังลั่น ก่อนที่จะข้าราชการจะขับขี่รถยนต์ผ่านถึงจุดเกิดเหตุ ราวๆ 20 เมตร ทำให้ข้าราชการไม่เป็นอันตรายรวมทั้งรถยนต์มิได้รับความเสื่อมโทรม ซึ่งว่าคาดเป็นฝีมือพฤติกรรมของกรุ๊ปผู้ไม่ห่วงใย.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/south/1762790

ไก่ทอดเที่ยงคืน

ไก่ทอดเที่ยงคืน ร้านค้าดังจังหวัดเชียงใหม่ เปิดขายเวลาใหม่ 4 ทุ่มก็ซื้อกินได้แล้ว

ร้านค้าดังจังหวัดเชียงใหม่ ไก่ทอดเที่ยงคืน เจ้าเดิมกำแพงดิน ธรรมดาขายเที่ยงคืน ปรับเวลาขายใหม่เอาอกเอาใจลูกค้าเริ่ม 4 ทุ่มก็ขายแล้ว กับรายการอาหารเด่น น่องไก่ติดสะโพก ข้าวเหนียว น้ำพริกชายหนุ่มแล้วก็น้ำพริกตาแดง

ที่ จังหวัดเชียงใหม่ พาไปรับประทานร้านค้าขายไก่ทอด ที่ตอนแรกเริ่มขายกันตอนกลางวันคืน ตั้งอยู่บนถนนหนทางกำแพงดินทางทิศใต้ ตำบลหายยา อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งบรรดานักท่องราตรีทั้ง

หลายแหล่อาจจะทุ่มเทใจให้ร้านค้าไก่ทอดยามดึกโด่งดังที่เปิดขายมานานกว่า 30 ปีร้านค้านี้มีชื่อว่า “ไก่ทอดเที่ยงคืน” โดยคุณลักษณะเด่นของทางร้านค้าเป็นใช้ของสดใหม่ แต่งรสและก็หมักกับเครื่องเทศตามสูตรของร้านค้า เวลาทอดเสร็จ หนังไก่จะกรอบ แต่ว่าเนื้อภายในจะนุ่มแล้วก็ชุ่มฉ่ำ ได้รสเค็มของเครื่องเทศนิดๆไก่ทอดตรงนี้จะออกแห้งนิดๆไม่อมน้ำมัน เถ้าแก่ชี้แนะว่าจะต้องทานคู่กับน้ำพริกชายหนุ่มแล้วก็น้ำพริกตาแดงจะอร่อยสุดๆไปเลย ส่วนรายการอาหารเด่นประจำร้านค้า เป็น น่องไก่ติดสะโพก

เว้นเสียแต่ไก่ทอดแล้วยังมีหมูสามชั้นทอด และก็น้ำพริกที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอีกด้วย ราคาอยู่ที่ขนาดไซส์ หากทานที่ร้านค้าจะมีขายแบบเป็นจานเลย มีให้เลือกอีกทั้งจานเล็กจานใหญ่

อย่างน่องติดบั้นท้าย จานเล็ก 50-55 บาท จานใหญ่ 100-110 บาท หมูสามชั้น จานเล็ก 50 บาท จานใหญ่ 100 บาท ไส้อั่วจานเล็ก 30 บาท จานใหญ่ 60 บาท น้ำพริกหนุ่ม-ผัก 15-25 บาท น้ำพริกแดง-ผัก 15-20 บาท ถ้าหากรับประทานอาหารเหนียวอุ่นๆร้อนๆบอกเลยว่ารสไม่ซ้ำใครตรงไหน

ใครกันแน่ได้ได้โอกาสขึ้นมาท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ พึงพอใจต้องการทดลองลองความอร่อยนั้นสามารถไปที่ร้านค้าได้เลย รวมทั้งขณะนี้ได้ทางร้านค้าแปลงเวลาขายให้เร็วขึ้นเป็นเริ่มขาย 22.00 น. เป็นต้นไปเพื่อเอาอกเอาใจลูกค้าที่มารอคอยซื้อเยอะมากๆ รวมทั้งจะขายยาวไปจนกระทั่งตี 05.00 น. ของยามเช้าวันใหม่

สำหรับร้านค้านี้นักเดินทาง มักบอกต่อๆกันมาว่า “ถ้าหากคนไหนกันแน่มาท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่แล้วมิได้มาลองไก่ทอดเที่ยงคืนอย่างกับว่ามาไม่ถึงจังหวัดเชียงใหม่

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/north/1761540