ดราม่าล่ามโซ่

เด็กหญิงวัย 16 ดราม่าล่ามโซ่ ที่จริงบ้าขาดยา ตายายช่วยบำบัดรักษา

ดราม่าล่ามโซ่ ความก้าวหน้าในกรณีที่เพื่อนฝูงของเด็กผู้หญิงวัย 16 ปี ในพื้นที่ ตำบลศรีการสู้รบ อำเภอศรีการสู้รบ จังหวัดจังหวัดนครพนม ได้ส่งข้อความขอร้องไปยัง มูลนิธิปวีณา เพื่อเด็กและก็สตรี ข้างหลังสหายถูกตาคุณยายล่ามโซ่ไว้ภายในบ้าน ทำให้มีการเผยแพร่เรื่องราวดังที่ได้กล่าวมาแล้ว รวมทั้งติดต่อประสานงานไปยังหน่วยงานปรับปรุงสังคมรวมทั้งความยั่งยืนมั่นคงของคนเราจังหวัดนครพนม รวมทั้งที่พักเด็กและก็ครอบครัวจังหวัดนครพนม แล้วก็ข้าราชการจากหน่วยงานเกี่ยวเนื่อง เข้าไปตรวจดูช่วยเหลือ

ปัจจุบัน ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กรวมทั้งสตรี เดินทางไปถึงที่หน้าบ้านดังกล่าว เจอนางสาวโบว์ อยู่ข้างในห้องนอนกำลังนอนเล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ โดยที่ขาข้างซ้ายมีโซ่ล่ามไว้กับเสาเตียง ตามร่างกายไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย ก็เลยได้ขอให้คนภายในบ้านช่วยเหลือกันเอาโซ่ออกมาจากขานตอบ.ส.โบว์ซะก่อน ไต่ถาม ตา อายุ 84 ปี แล้วก็ ยาย อายุ 90 ปี ที่เป็นผู้ดูแลดูแล นางสาวโบว์ เล่าว่า นางสาวโบว์เป็นลูกผู้เดียวบิดามารดาแยกทางกันตั้งแต่ยังเล็ก ตายายก็เลยดูแลมาตลอดโดยมีพี่น้องที่อาศัยอยู่รอบๆใกล้เคียงรอให้ความช่วยเหลือ ตอนเด็กๆนางสาวโบว์เป็นเด็กเลี้ยงไม่ยาก เชื่อฟังคนแก่ อารมณ์เบิกบาน แต่ว่าเพียงพอเป็นวัยรุ่นแปรไปติดเพื่อนพ้องแล้วก็คบเพื่อนชายคนจำนวนไม่น้อย อารมณ์ร้ายแรง เคยรังแกตนเอง เสพสารเสพติด หนีออกมาจากบ้าน รวมทั้งเลิกเรียนกลางทางตอนอยู่ มัธยม2

ดราม่าล่ามโซ่ หญิงวัย 16 ปี ยอมรับชอบหนีเที่ยวจริง

ข้างหลังติดตามหลานกลับมาได้ก็พาไปรักษาทางจิตเวช ตั้งแต่เดือน เดือนกุมภาพันธ์62 ปัจจุบันนี้ยังรับประทานยาและก็อยู่ในขั้นตอนเยียวยา อารมณ์จะขึ้นลงที่จำเป็นที่จะต้องล่ามโซ่หลานด้วยเหตุว่ากลัวว่าจะหนีออกมาจากบ้านไปก่อให้เกิดอันตราย เมื่อหลานอารมณ์เย็นลงก็จะปลดปล่อยมีอิสรภาพ โดยการควบคุมดูแลได้ขอคำแนะนำหมออยู่เสมอ รวมทั้งถึงจะล่ามโซ่ไว้แต่ว่าหลานก็มีโทรศัพท์มือถือใช้อยู่เสมอเวลา ตาของนางสาวโบว์ กล่าว

หลังจากนั้นข้าราชการได้ซักถามเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนางสาวโบว์ สารภาพว่าตนเองถูกใจหนีท่องเที่ยวจริง แล้วก็ที่ติดต่อเพื่อนพ้องวิงวอนเนื่องจากไม่ต้องการที่จะอยู่บ้าน เศร้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ยังรักตายายดังเดิม ดังนี้ข้าราชการได้ชวนตายายและก็เครือญาติทุกคน และนางสาวโบว์ มาสัมมนาด้วยกันเพื่อหาวิธีการปรับพฤติกรรมของนางสาวโบว์ ซึ่งทางเครือญาติก็จะไม่มีการล่ามโซน.ส.โบว์อีก โดยทุกคนจะด้วยกันดูแลนางสาวโบว์ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งฝ่ายปกครองในชุมชนจะช่วยสอดส่องพฤติกรรมรวมทั้งเฝ้าระวังความปลอดภัยช่วยเหลือกรณีรีบด่วน ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาฯ จะได้ติดตามความก้าวหน้าถัดไป…

กุมารเลิฟเลิฟ

กระซิบบอกกุมารเลิฟเลิฟ วัดสว่างฯ ขอถูกหวยรางวัลที่ 1 มีคนโชคดีได้ 30 ล้าน

เพียงแค่กระซิบบอก กุมารเลิฟเลิฟ หรือ กุมารทองคำน้องเก้า วัดสว่างอารมณ์ ขอถูกเบอร์รางวัลที่ 1 มีคนโชคดีได้ 30 ล้าน

ตอนวันที่ 14 เดือนมกราคม 63 สาธุชนแล้วก็บรรดานักเสี่ยงดวงเป็นจำนวนมาก เดินทางมากมายราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดสว่างอารมณ์ ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดจังหวัดนครปฐม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกุมารทองคำน้องเก้า หรือกุมารทองคำเลิฟเลิฟ ซึ่งเป็นกุมารทองคำองค์ปัจจุบัน เนื้อทองบรอนซ์ ที่มีขนาดความสูง ราว 1 เมตร ยืนหน้าตายิ้มแย้ม เกล้ามวยผม

สำหรับกุมารทองคำน้องเก้า ทำท่าในลักษณะมือซ้ายกำมือ กระฉับกระเฉง มือขวายกนิ้วเครื่องหมาย เลิฟ เลิฟ แสดงออกถึงความรักความปรานี เป็นกุมารองค์ยืน ที่ทำขึ้นตามตำรับหลวงปู่แย้ม ลูกศิษย์เอกหลวงพ่อเต๋ วัดสามแง่ง รวมทั้งยังเป็นผู้ปลุกเสกร่วมกับคุณครูแป๊ะ ยุคยังไม่ตาย

ดังนี้ สาธุชนไม่น้อยเลยทีเดียวแห่โอบล้อมเคารพบูชา เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์จากเคยให้ลาภลาภกับผู้ที่มาขอพรจนถึงเลื่องลือ ถึงขั้นจำต้องตั้งแถวครั้งละคนบูชา โดยจะมีเทคนิคต้องการมั่งมีจำต้องกระซิบกระซาบที่หู บ้างก็กระซิบกระซาบขอให้ได้โชคปีใหม่ ขอถูกรางวัลที่ 1 ขอให้ครอบครัวแฮปปี้ ขอกันแบบมากมาย

นางบัวคำ ไผ่ล้อม อายุ 63 ปี แม่ค้าขายผลไม้ตลาดนัดนักบุญเปโตร ชาวจังหวัดสมุทรสาคร เผยออกมาว่า ในวันนี้ตั้งมั่นมาขอเลขเด็ด จากกุมารเลิฟ เลิฟ ที่ประชาชนโจษขานว่า ถ้าหากผู้ใดกันขอจำต้องกระซิบบอกข้างหู รวมทั้งขอหลายแบบก็มิได้จำต้องขอสิ่งเดียว แล้วจะไปถึงเป้าหมายจากที่ขอไว้

โดยวันนี้ก็เลยมากมายระซิบข้างหูกุมารขอให้ได้โชคถูกเบอร์เพื่อจะได้นำเงิน ไปปลดหนี้สินให้หมดไป ลึกๆแล้วขอรางวัลที่ 1 ถ้าหากว่าถูกก็จะกลับมาทำบุญสุนทานก่อนที่จะได้เดินทางกลับ ให้คุณครูแป๊ะโปรยน้ำมนต์ เพื่อความเป็นมงคลอีกด้วย

สำหรับ กุมารเลิฟเลิฟ ที่มีบรรดานักเสี่ยงดวงรวมทั้งสาธุชนมาขอโชคลาภ บางรายมาขอให้ลูกสอบเข้าสถานที่เรียนดังได้ บางรายขอให้ผ่านการเกณฑ์ทหาร ก็ได้ดังใจ ถึงขั้นที่มีนักพนันมากมายระซิบขอให้ได้โชคลาภถูกสลากกินแบ่งรางวัลที่ 1 ก็มีผู้ถูกมาแล้ว

โดยคนที่ถูกรางวัลที่ 1 รับเงินรางวัลไป 30 ล้านบาท ได้นำข้าวของมามอบแก้บนเยอะๆ กระทั่งของเด็กเล่นที่เอามามอบให้นั้นเต็มห้อง จำเป็นต้องทำเป็นโรงเก็บ เมื่อครบปีคุณครูแป๊ะก็จะนำไปแจกให้กับเด็กในวันเด็กหรือโรงเรียนสำหรับสอนเด็กอนุบาล แล้วก็โรงหมอ โดย “เลขเด็ด” ที่คนเห็นกันเป็น 38, 36 .

 

แหล่งที่มา… https://www.thairath.co.th/news/society/1748075

ข่มขืนหลานสาวแท้ๆ

ตามจับตัว ปู่หื่น นายสมหมาย ข่มขืนหลานสาวแท้ๆ จนท้อง

ข่มขืนหลานสาวแท้ๆ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ชุดจับ กองกำกับการ 5 กองควบคุมล้มล้าง นำโดย พันตำรวจ

ตรีเกริก น่าฟังสำเนียง สว.กิโลกรัม5 บก.เปรียญพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่รัฐตำรวจ ชุดปฎิบัติการ 2 กอง

กำกับการ 5 กองสั่งงานทำลายล้าง ด้วยกันจับกุมตัว นายสมหมาย (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตาม

หมายจับศาลจังหวัดจังหวัดอุดรธานี ข้อกล่าวหาข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี, โดยใช้อาวุธ,เด็กอยู่ในการ

ปกครองของตนเอง โดยสามารถจับได้ในพื้นที่มัธยม6 บ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี

สืบเนื่องจาก ตอนวันที่ 1 เดือนมีนาคม 2557 เด็กหญิงเอ (นามปากกา) อายุ 12 ปี ผู้เสียหายได้มาอาศัย

อยู่กับ นายสมหมาย แล้วก็นางดวงใจ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นมีความข้องเกี่ยวเป็นปู่และก็คุณย่าของ เด็กหญิงเอ ที่ที่พักในพื้นที่ อำเภอหนองหาน จังหวัดจังหวัดอุดรธานี ถัดมานายสมหมายได้อาศัยจังหวะนา

งดเว้นวงจิตใจไม่อยู่บ้าน ใช้อาวุธมีดจักจี้ เด็กหญิงเอ หลานสาวตัวเองเพื่อบังคับข่มขืนใจให้ เด็กหญิงเอ ร่วมเพศกับตน

แล้วยังได้กระทำการข่มขืนกระทำชำเราอีกบ่อยครั้ง เป็นระยะเวลาเป็นเวลายาวนานกว่า 4 ปี จนถึงอาจารย์ที่สถานศึกษาพบว่าท้องของ เด็กหญิงเอ โตไม่ดีเหมือนปกติ เมื่อพิจารณาก็เลยพบว่า เด็กหญิงเอ กำลังมีท้อง ก็เลยได้ไต่ถามรวมทั้งรู้ว่าถูกนายสมหมายขืนใจก็เลยได้แจ้งให้ผู้ดูแลรู้รวมทั้งได้ฟ้องร้องฟ้องร้องนายสมหมายเมื่อนายสมหมายทราบเรื่อง ก็เลยหลบซ่อนออกมาจากพื้นที่

ข่มขืนหลานสาวแท้ๆ ข่มขืนใจให้ เด็กหญิงเอ ร่วมเพศกับตน

ถัดมาวันที่ 13 เดือนมกราคม2563 เวลาโดยประมาณ 14.30 น.ชุดไต่สวน กิโลกรัม5 บก.เปรียญ สืบรู้ดีว่า นายสมหมายได้แอบหนีมาอยู่รอบๆ แคมป์คนทำงานก่อสร้าง มัธยม6 บ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ก็เลยได้เข้ากระทำการสอบปากคำรวมทั้งจับตัว ส่งพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวนสภ.หนองหาน เพื่อฟ้องร้องคดีโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป แม้กระนั้น จากการถามไถ่ผู้ต้องหาให้การยอมรับตลอดข้อกล่าวหาอ้างถึงว่าอาศัยตอนนางดวงใจไม่อยู่บ้าน ใช้ความรุนแรงปลุกปล้ำ เด็กหญิงเอจริง พอเพียงวันหลังนางดวงใจทราบเรื่องดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ก็มานะห้ามตัวเองแต่ว่ายับยั้งใจไม่ไหวจนถึงและก็กระทำชำเรา เด็กหญิงเอ จวบจนกระทั่งตั้งครรภ์ รวมทั้งเมื่อรู้ว่าถูกฟ้องร้องคดี ก็เลยได้หลบซ่อนมาอยู่ จังหวัดสุราษฏร์ธานี จนกระทั่งถูกตำรวจจับกุมตัว…

เด็กหญิงอายุราวๆ 2 ขวบ

แม่มีผัวใหม่ สุดน่าสงสารเด็กหญิงอายุราวๆ 2 ขวบ เพราะเหตุว่าสามีใหม่แม่ไม่รับเป็นลูก

เด็กหญิงอายุราวๆ 2 ขวบ เมื่อวานนี้ที่ผ่านมา (12 เดือนมกราคม 63) ร้อยตำรวจโทเครื่องหมายชัย นันทพันธ์ พนักงานที่ทำหน้าที่ด้านการสอบสวน ตำรวจภูธรเมืองจังหวัดลพบุรี ได้รับฟ้องร้องจาก นักสังคม สงเคราะห์บ้านเด็ก รวมทั้งครอบครัวจังหวัดลพบุรี ซึ่งพาเด็กสาวอายุราว 2 ขวบ เข้าแจ้งเหตุ ข้างหลังมีหญิงไม่เคยรู้ชื่อ ขี่มอเตอร์ไซค์ ใส่หมวกกันน็อกปกปิดบริเวณใบหน้า มากับเด็กสาวคนมีชื่อเสียงกล่าว มากมายดกริ่งหน้าประตูที่ทำการสังคมสงเคราะห์บ้านเด็กรวมทั้งครอบครัวจังหวัดลพบุรี เมื่อบุคลากรเปิดประตู ก็พบว่าเด็กยืนถือถุงรวมทั้งจดหมายอยู่ ก่อนที่จะเด็กจะเดินเข้าไปในที่ทำการ แล้วหลังจากนั้นหญิงคนมีชื่อเสียงกล่าวก็ขี่มอเตอร์ไซค์หนีไป

ข้าราชการกล่าวว่า ตามร่างกายของเด็ก มีร่องรอยเขียวบอบช้ำหลายจุด เหมือนถูกทำร้าย ส่วนด้านในถุงก๊อบแก๊บที่เด็กถือมา มีเครื่องใช้สอยเสื้อผ้าเด็ก พร้อมด้วยตุ๊กตา 1 ตัว และก็มีเชือกร่มแขวนพระสมเด็จอีก 1 องค์ นอกจากนั้นยังมีจดหมายแนบมาด้วย เขียนเนื้อความบอกว่า

เด็กหญิงอายุราวๆ 2 ขวบ เขียนจดหมายยกให้สถานสงเคราะห์ดูแลถาวร

ฉัน ขอยกเด็กหญิง..ให้กับทางสถานสงเคราะห์ดูแลอย่างคงทน ด้วยเหตุว่าฉันไม่สามารถที่จะดูแลได้ เด็กคนนี้มีอนาคตที่ดีมิได้ เนื่องมาจากมีฐานะอนาถา ฉันแต่งงานใหม่ มีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ส่วนบิดาใหม่ของน้องก็ไม่ยอมรับไม่รับเลี้ยง ปฏิเสธน้องเป็นลูก ขออภัยที่ทำแบบงี้ แล้วก็ฉันมีความคิดว่ามันเป็นวิถีทางท้ายที่สุดที่เยี่ยมที่สุด…แม่รักลูกนะ แต่ว่าแม่มีความสำคัญ

ตำรวจได้ลงบันทึกทุกวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะข้าราชการสังคมสงเคราะห์บ้านเด็กแล้วก็ครอบครัวจังหวัดลพบุรี จะพาเด็กสาวคนมีชื่อเสียงกล่าวไปตรวจสุขภาพที่โรงหมอสมเด็จพระท้องนารายณ์ และก็จะทำงานติดตามแม่ของเด็กมาไต่สวนถัดไป…

แม่ทิ้งลูกน้อยที่ลพบุรี

ตำรวจจับแม่ทิ้งลูกน้อยที่ลพบุรีแล้ว เปิดเผยท้องไม่มีบิดา ด้านตายายขอเลี้ยงเอง

ตำรวจจับแม่ทิ้งลูกน้อยที่ลพบุรีแล้ว

ตำรวจโคกสำโรง จับสาววัย 25 ปี แม่ทิ้งลูกน้อยที่ลพบุรี ในส้วมวัด ยอมรับสารภาพทิ้งเพราะว่ากลัวเหตุท้องไม่มีบิดา ด้าน ตาและก็คุณยายที่รู้ข่าวสารเดินทางมาพร้อมแจ้งขออุปถัมภ์ค้ำชูหลานเอง ก่อนที่จะ เจ้าหน้าที่จะฟ้องแม่เด็กถัดไป

จากในกรณีที่ ร้อยตำรวจเอกธีระพงศ์ เตชะความสำราญ สารวัตรเวรซักถาม สภ.โคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เจอทารกถูกทิ้งในส้วม วัดสิงห์คูยาง ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จ.ลพบุรี ก็เลยเดินทางไปตรวจทานจุดเกิดเหตุ เจอเด็กแรกคลอดอายุไม่เกิน 1 ถึง 7 วัน สวมเสื้อลายการ์ตูนหุ้มห่อร่างกาย ข้างๆกันเจอไซริงค์ดูดนมทิ้งเอาไว้ 1 อัน พื้นฐานเด็กแรกคลอดมีลักษณะครบ 32 ร้องไห้แรง โดยทารกผู้ชายดังที่กล่าวผ่านมาแล้วมีภาวะถูกยุงกัดหลายจุดใบหน้า ข้าราชการช่วยเหลือฯ ก็เลยได้ช่วยเหลือพื้นฐาน รวมทั้งได้รีบนำตัวส่งโรงหมอโคกสำโรง เพื่อหมอตรวจเช็กร่าง

กาย และก็ให้ดื่มนม พื้นฐานตำรวจได้ซักถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ และก็วิเคราะห์กล้องวงจรปิดเจอหญิงถูกสงสัยอุ้มเด็กมาซื้อชาที่ร้านรวงหน้าวัด แล้วล่องหนไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นแม่ของเด็ก ก็เลยได้แจ้งตำรวจชุดงานสืบสาวลงพื้นที่ออกติดตามหาตัวบิดามารดาใจจืดใจดำรายนี้ถัดไป

ความก้าวหน้าปัจจุบัน ตอนวันที่ 23 เดือนธันวาคม62 ทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้คุมตัวแม่เด็กได้แล้วเมื่อคืนนี้ก่อนหน้าที่ผ่านมา รอบๆใกล้จุดเกิดเหตุ ทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้ไต่สวนในพื้นฐานทราบดีว่า นางสาวสมศรี (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ได้เสียท่าตั้งครรภ์โดยที่บิดารวมทั้งแม่ไม่เคยรู้ จนกระทั่งระบุคลอด ตกลงใจผิดกลัวทางครอบครัวจะว่ากล่าว ตกลงใจอยู่นานก็เลยได้เอาลูกไปทิ้งเอาไว้ภายในห้องอาบน้ำวัดราชสีห์คูยาง ตัวเองก็มีความรู้สึกกลุ้มอกกลุ้มใจเหมือนกัน กลัวจะไม่มีผู้ใดมาพบลูกตนเอง

ดังนี้ทางพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวน สภ.โคกสำโรง ได้ตั้งข้อกล่าวหากับ นางสาวสมศรี (นามสมมุติ) ในข้อกล่าวหาทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี ไว้ ณ ที่แห่งไหน อาจจะเป็นผลให้มีอันตรายแก่ชีวิต โดยมีโทษติดคุกไม่เกิน 3 ปี แล้วก็ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งยังจำและก็ปรับ ซึ่งทาง นางสาวสมศรี (นามสมมุติ) ให้การยอมรับสารภาพ

ในตอนที่ทางครอบครัวของ นางสาวสมศรี (นามสมมุติ) โดยมีบิดาแล้วก็แม่ได้เดินทางไปพบพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวน เพื่อการถึงสถานะการณ์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น แม้กระนั้นร้องขอสื่อมวลชนไม่ให้ทำข่าวสาร เกรงจะมีปัญหาตอนหลังกับเด็กถัดไปในวันข้างหน้า โดยตากับคุณยายของน้องที่ถูกทิ้ง

บอกกับทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ว่า ทางครอบนะครับไม่เคยรู้ว่าบุตรสาวท้องตั้งแต่เวลาใด กับผู้ใดกัน มารู้ก็เมื่อทางตำรวจมาติดตามจับกุมตัวบุตรสาวแล้ว ตากับคุณยายยินดีรวมทั้งพร้อมที่จะรับหลานชายไปเลี้ยงเอง เดี๋ยวนี้ได้ติดต่อกับหมอแผนกเวชกุมาร ที่ โรงพยาบาลโคกสำโรง แล้ว เพียงแค่คอยให้ทาง โรงพยาบาลอนุญาตให้หลานชายกลับไปอยู่บ้านได้แค่นั้น ในส่วนของการฟ้องบุตรสาวขอให้เป็นหน้าที่ของทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เอง.…

พ่อเลี้ยงหื่น

รวบแล้วพ่อเลี้ยงหื่น เดินเท้าหนีข้ามจังหวัด รับทำจริง แต่ว่าข่มขืนไม่เป็นผลสำเร็จ

พ่อเลี้ยงหื่น ขืนใจลูกเลี้ยง ที่ขอนแก่นในที่สุดไม่รอด ตำรวจตามไปรวบได้ หลังเดินเท้าหนีไปบ้านแม่ที่ อ.กุดจับ จังหวัดอุดรฯ ทานข้าวอิ่มแล้วหนีต่อ รับปลุกปล้ำทำอนาจารลูกเลี้ยงวัย 16 จริง แต่ว่าข่มขืนไม่เป็นผลสำเร็จ

จากกรณีตำรวจ สภ.น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น แล้วก็เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวน ลงพื้นที่ติดตามจับตัว นายขาล (ขอรักษาสกุล) อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ข้อกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเราหรืออนาจารโดยใช้กลอุบาย โดยเหตุการณ์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวันวันที่ 18 เดือนธันวาคม

ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้สอบปากคำ ลูกเลี้ยงวัย 16 ปี รู้ว่า นายขาล วางแผนว่าจะไปยิงหนู ให้ลูกเลี้ยงขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งในป่า แล้วจะให้ลูกเลี้ยงขี่รถยนต์กลับ เนื่องจากตนเองจะไปทำธุระต่อ โดยขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาจากบ้าน มีนายขาลพ่อเลี้ยงเป็นผู้ขับขี่ ลูกเลี้ยงนั่งซ้อนท้าย ถึงป่าละเมาะ ซึ่งเป็นป่าช้าเก่า ห่างจากบ้าน ราวๆ 2 กิโลเมตร พ่อเลี้ยงหยุดรถยนต์และก็ว่าจะเขาไปเอาของในป่า ต่อจากนั้นพ่อเลี้ยงเข้ากอดเอามือปิดปากลากเข้าไปในป่าละเมาะริมถนนแล้วลงมือข่มขืนกระทำชำเราจนกระทั่งสำเร็จความใคร่ ก่อนจะดิ้นหลุดออกมาแล้วรีบวิ่งไปอ้อนวอนเพื่อนบ้านระยะทางราวๆ 1 กิโลเมตร จนถึงเพื่อนบ้านมาให้การช่วยเหลือ พาไปส่งหาแม่พร้อมแจ้งหัวหน้าชุมชนรวมถึงตำรวจออกตามล่าตัวพ่อเลี้ยงหื่น รวมทั้งพาเด็กเข้าแจ้งตำรวจ สภ.น้ำพอง

ปัจจุบัน เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 21 เดือนธันวาคม นักข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผกก.สภ.น้ำพอง ว่า ตอนนี้ทางตำรวจสามารถติดตามจับตัวผู้ก่อเรื่องรายนี้ได้แล้ว

หลังแอบหนีออกนอกพื้นที่ ไปที่ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านกำเนิดของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนโดยการนำของ พ.ต.อ.คำเลื่องลือดงษ์ จิตรติดอยู่ม ผู้กำกับการสส.3 บก.สส.ภ.4 พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสาวจาก บก.สส.ภ.4 ไต่สวน ภ.จว.ขกรัมสืบสาว สภ.น้ำพอง สอบสวน สภ.กุดจับ จังหวัดอุดรธานี ได้ด้วยกันจับกุมตัว แล้วก็กักคุมผู้ต้องหาได้ขณะเดินอยู่ข้างทางในพื้นที่บ้านหนองโอน ตำบลเชียงพิณ อำเภอเมือง จ.อุดรธานี

ผู้กำกับการสภ.น้ำพอง กล่าวอีกว่า จากการไต่สวนผู้ต้องหา ในพื้นฐาน ผู้ต้องหาให้การว่า ยังมิได้ข่มขืนกระทำชำเรา ด้วยเหตุว่าขณะกำลังจับลูกเลี้ยงถอดเสื้อถอดผ้า ลูกบุญธรรมก็ดิ้นหลุดออกมารวมทั้งวิ่งแอบหนีไปได้ ต่อจากนั้นก็เลยได้ขับขี่รถรถจักรยานยนต์ออกตามหาบุตรบุญธรรม แม้กระนั้นรู้ดีว่า มีคนช่วยเหลือบุตรบุญธรรมกลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว ด้วยความหวาดกลัวก็เลยหลบซ่อนเข้าป่าอ้อย หลบซ่อนในป่าอ้อยโดยตลอด

จนกระทั่งมีตำรวจนำโดรนขึ้นบิน นำหมาตำรวจออกตามหา ช่วงเวลาเย็นวันที่ 20 ธ.ค. ก็เลยติดสินจิตใจเดินเท้าออกมาที่ถนนหนทางสายน้ำพอง-กระนวน นั่งรถประจำทางมาลงที่ถนนหนทางมิตรภาพ

และก็ขึ้นรถสายขอนแก่น-จังหวัดอุดรธานี เพื่อกลับไปอยู่ที่บ้านคุณแม่ที่ อำเภอกุดจับ แม้กระนั้นถึงหน้าบ้านแม่ตอนตกดึก ก็เลยรับประทานข้าวจนกระทั่งอิ่ม แต่ว่าไม่กล้านอนที่บ้านแม่ ด้วยเหตุว่ากลัวถูกตามจับ ก็เลยตกลงใจเดินเท้าไปพบเครือญาติที่บ้านหนองโอน มัธยม7 ตำบลเชียงพิณ อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดอุดรธานี แม้กระนั้นยังไม่ถึงที่บ้านเครือญาติก็ถูกตำรวจจับตัวได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้อยู่ระหว่างการควบคุมตัวมาสืบสวนเสริมเติมที่ สภ.น้ำพอง…

เขาอ่าวนาง

ตกตะลึง หลักโฉนดผุดกลางป่า แอบเจาะไข่แดง เขาอ่าวนาง ทำเลดีกระบี่

หลักโฉนดผุดกลางป่า เขาอ่าวนาง ทำเลดีกระบี่

เจอหลักโฉนดที่ดิน ผุดกลางป่าสงวนบน เขาอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ทั้งๆที่เป็นป่าสงวนต่อเนื่องกันกับอุทยานฯ เจ้าหน้าที่ป่าดงยังตรวจเจอก่ีละเมิดไถที่ดินทำเลดีสุดยอดอีก 40 ไร่ คาดจัดเตรียมแบ่งสรรขาย ค่ากว่า 500 ล้าน

ทำการยึดที่ดินป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จังหวัดกระบี่ คราวนี้ เผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 เดือนธันวาคม นายศุภชัย เปล่งปลั่ง ผู้อำนวยการป่าดงภาคใต้ กรมป่าไม้ นำกำลัง เต้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองกำจัดที่ 4 ภาคใต้ กรมป่าไม้ ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติชายหาดนวรัตน์ลำธาร-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ทหาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกระบี่ กว่า 20 นาย เข้าตรวจตราพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าอ่าวนาง-ป่าหงอนนาค บนเทือกเขาอ่าวนาง บ้านลำคลองแห้ง กลุ่ม 3 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ เพราะได้รับการผสานจากนายเงินทอง ควรดี ผู้อำนวยการส่วนจัดแจง สำนักจัดแจงทรัพยากรป่าดงที่ 12 สาขากระบี่ ว่า ข้าราชการป่าดงเที่ยวตรวจเจอ พื้นที่ดังกล่าวข้างต้น มีการล่วงล้ำแผ้วพื้นที่ป่าจนถึงราบเปลืองที่หลายไร่ โดยเล็กน้อยติดอยู่ในเขตอุทยานฯ

เจอพื้นที่ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ตั้งอยู่บนเทือกเขาอ่าวนางเป็นจุดที่มีทิวทัศน์วิวงดงาม สามารถเห็นทิวทัศน์สมุทรอันดามันได้ 180 องศา ห่างจากเขตท่องเที่ยวชายหาดอ่าวนางไม่ถึง 1 กิโลเมตร ภาวะพื้นที่ป่าเพิ่งจะถูกละเมิดแผ้วกระทั่งราบเตียน มีร่องรอยการนำรถยนต์แบ็กโฮเข้ามาปรับพื้นที่ ทำเป็นถนนหนทางปากทางเข้าพื้นที่ คาดว่าเพิ่งจะเข้ามาปรับพื้นที่ได้ไม่เกิน 1 เดือน

นอกนั้น ยังเจอร่องรอยการเลือกใช้สีสเปรย์ฉีดไว้ตามต้นไม้ เรียงหน้าเลข 1-14 เป็นระยะรอบพื้นที่ ตรวจตราในพื้นที่ยังเจอหลักหมุดโฉนดที่ดิน ปักอยู่ปริมาณ 3 หลัก ลักษณะราวกับจัดเป็นแถวเขตแบ่งเป็นแปลง ก็เลยพิจารณาไปยังที่ทำการที่ดิน จังหวัดกระบี่ พื้นฐานพบว่าพื้นที่ ไม่มีเอกสารสิทธิครอบครอง ข้าราชการก็เลยทำวัดพื้นที่ทั้งผอง เจอพื้นที่ป่าถูกรุกล้ำรวม 40 ไร่ เป็นหลักที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าอ่าวนางฯ ปริมาณ 37 ไร่เศษ อีก 2 ไร่เศษ เป็นหลักที่ในเขตอุทยานแห่งชาติชายหาดเนาวรัตน์ธารฯ ก็เลยทำจับพิกัดจีพีเอส ตรวจยึดพื้นที่คืน

นายศุภชัย พูดว่า พื้นที่ที่ตรงนี้ พื้นฐานวิเคราะห์กับทางที่ทำการที่ดิน พบว่าไม่มีการออกเอกสารสิทธิครอบครองอะไรก็ตามทั้งหมด มั่นใจว่าน่าจะเป็นการบุกรุกของกรุ๊ปนักลงทุน เนื่องจากว่ามีการนำเอารถยนต์แบ็กโฮขึ้นมาปรับพื้นที่ตัดถนนล้อมพื้นที่ รวมทั้งเจอลักษณะการจัดสรรแบ่งแยกพื้นที่ออกเป็น 14 แปลง แต่ว่ายังคลุมเคลือว่ามีการแบ่งซอกซอยพื้นที่ออกเพื่อเป้าประสงค์อะไร แล้วก็ยังไม่เจอการบุกรุกเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร

ส่วนหลักโฉนดที่ดินที่เจอในพื้นที่ ได้บันทึกภาพไว้จัดแจงนำไปสำรวจกับทางที่ทำการที่ดิน อีกที ว่ามาได้เช่นไร คนไหนกันเป็นคนเอามาจัดตั้ง พื้นฐานได้ทำบันทึกตรวจยึดได้ร่วมกับอุทยานฯ โดยจะนำบันทึกเข้าแจ้งเหตุหาเพศผู้ทำความผิด ฟ้องร้องตาม พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ แล้วก็ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ

นักข่าวรายงานเพราะ ที่ดินแปลงดังกล่าวข้างต้น นับว่าเป็นที่ดินตั้งอยู่บนยอดดอยที่เป็นทำเลดีสุดยอด เนื่องด้วยพื้นที่ชายหาดอ่าวนาง นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหัวใจสำคัญของ จังหวัดกระบี่ มีการขยายตัว

ของบังกะโลบ้านพักจนถึงแทบจะไม่มีพื้นที่ว่างไม่หลงเหลือ โดยข้าราชการคาดว่า มีการปรับพื้นที่เพื่อแบ่งสรรแบ่งขาย ซึ่งจากการสำรวจค่าที่ดินเขตชายหาดอ่าวนาง สถานที่สำหรับท่องเที่ยวสำคัญของ

จังหวัดกระบี่ พบว่าถ้ามีการซื้อขายแลกเปลี่ยนจริง ที่ดินแปลงนี้อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีราคาสูงขึ้นยิ่งกว่า 500 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านี้ ยังตรวจดูเจอพื้นที่ชิดกัน ซึ่งตั้งอยู่บนยอดดอยสูงจากพื้นที่ตรวจยึด มีภาวะเป็นป่า ไม่มีภาวะการปลูกพื้นผลอาสิน กลับมีการออกเอกสารโฉนดที่ดิน พื้นที่กว่า 40 ไร่ ซึ่งทางข้าราชการป่าดง จัดแจงตรวจดูไปยังที่ทำการที่ดิน จังหวัดกระบี่ อีกรอบ ว่าที่มาของเอกสารสิทธิออกมาอย่างแม่นยำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือเปล่า…

เดอะริปเปอร์

ไขข้อสงสัย สมคิด พุ่มพวง เพราะเหตุไรจำต้องสมญานาม เดอะริปเปอร์ ตำนานสุดน่ากลัวมาจากไหน

คิด เดอะริปเปอร์

สมคิด พุ่มพวง หรือ แจ็ค เดอะริปเปอร์ ประเทศไทย

เดอะริปเปอร์  อาชญากรรมที่ดังรวมทั้งสะเทือนใจที่สุด เห็นจะไม่มีคดีใดเกินคดีการฆ่าหมอนวดและก็นักร้องคาเฟ่สม่ำเสมอ 5 ศพรวด โดยความสามารถของนาย สมคิด พุ่มพวง ซึ่งได้รับสมญานาม คิด เดอะริปเปอร์ หรือ “แจ็ค เดอะริปเปอร์ ประเทศไทย
คนจำนวนมากอาจมีคำถามที่ว่า เพราะเหตุใดจะต้องใช้สมญานาม เดอะริปเปอร์ กลุ่มข่าวสารเจาะข้อความสำคัญไทยเมืองออนไลน์ ไล่เรียงข้อมูลให้ท่านรู้เรื่อง ดังนี้
ฆาตกรโรคจิต ปลิดชีพหญิงคณิกา สุดอื้อฉาว
แจ็ค เดอะริปเปอร์ เป็นชื่อของฆาตกรโรคจิตระดับตำนานที่เลื่องลือที่สุดในโลก ก่อเหตุฆ่าสาวบริการทางเพศในกรุงลอนดอนหลายศพ เมื่อกว่า 100 ปีกลาย ในย่านชุมชนแออัด ไวต์ชาเปล ของลอนดอน
ความทารุณของแจ็ค เดอะริปเปอร์ นั้น เป็นที่อื้อฉาวรวมทั้งสร้างความน่าสยองให้กับผู้คนทั่วทั้งยังนิวยอร์ก ด้วยเหตุว่าการฆ่าของแจ็คนั้น ใช้แนวทางผ่าท้อง แล้วก็ลากเอาไส้มาห้อยไว้ที่เสาไฟ ห้อยศพเหยื่อไว้บนกำแพง ล้วงดวงตา เชือดจมูก อื่นๆอีกมากมาย โดยที่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง ไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงในเวลาที่แจ็คลงมือแม้กระทั้งหน่อยเดียว
ปัญหา แจ็ค เดอะริปเปอร์ เขาเป็นคนใดกันแน่?
ดังนี้ ศพหลายศพ ถูกตัดอวัยวะภายในออกอย่างชำนาญ จนกระทั่งมีการพินิจพิจารณาว่า คนร้ายอาจะเป็นศัลยแพทย์ หรือผู้ขายเนื้อ เพราะว่ามีความเข้าใจทางด้านกายส่วน แล้วก็สรีระร่างกาย
สื่อในลอนดอนบางสำนัก อ้างถึงว่า แจ็ค เดอะริปเปอร์ เป็น พระราชโอรสท่านหนึ่งของอังกฤษ รวมทั้งแนวคิดนี้ยังเป็นที่แพร่หลายมากมาย เพราะว่ามีหลักฐานรับรองว่า ในเวลาที่เกิดเหตุการฆ่าสังหาร ท่านมิได้ประทับอยู่ในลอนดอนเลย ส่วนเหตุผลที่ท่านจำต้องทำแบบนั้น ด้วยเหตุว่าท่านอยากปกปิดความประพฤติปฏิบัติอันเลวของตน
จนแล้วจนรอดตำรวจลอนดอนก็ไม่อาจจะจับฆาตกรได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือผู้รายงานข่าว ไม่มีผู้ใดทราบแม้กระทั่งใบหน้า หรือชื่อของคนร้ายด้วย!
ตำรวจลอนดอนก็เลยตั้งชื่อสมมุติให้คนร้ายรายนี้ว่า “แจ็ค” พร้อมสมญานาม “เดอะริปเปอร์” ซึ่งก็คือการหั่นหรือฉีก เพราะว่าการลงมือของคนร้ายรายนี้จะใช้อาวุธมีดคมมาก ถึงกับขนาดตัดกระดูกออกมาได้ และก็เมื่อกำเนิดคดีฆ่าสม่ำเสมอในประเทศไทย รวมทั้งจับตัวผู้ร้ายได้ ก็เลยเป็นต้นเหตุของสมญานาม คิด เดอะริปเปอร์.
ดอกกุหลาบไร้หนาม

ลิเซียนทัส..ดอกกุหลาบไร้หนาม พืชดอกสุดได้รับความนิยม 1 ใน 10 ของโลก

ลิเซียนทัส ดอกกุหลาบไร้หนาม

ดอกลิเซียนทัส หรือ ดอกกุหลาบไร้หนาม แต่ละปีญี่ปุ่นสามารถส่งออกลิเซียนทัสได้ไม่น้อยกว่า 120 ล้านช่อ

จากแนวโน้มความอยากของตลาดที่เยอะขึ้น ไทยก็เลยร่วมกับประเทศญี่ปุ่นผลักดันให้เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ปลูกเป็นไม้ตัดดอก และก็ในปี 2561 ทีมงานนักวิจัยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้นำเทคโนโลยีไปเกื้อหนุนเกษตรกรในพื้นที่ ตำบลสานโคลน อำเภอภูเขาเรือ จังหวัดเลย ปลูกเป็นพืชดอกขายทั้งยังกระถาง

เกษตรกร อำเภอภูเขาเรือ จังหวัดเลย ยึดอาชีพปลูกพืชดอกไม้ประดับจำนวนมาก แต่ว่าเป็นพืชพันธุ์ไม้ประเภทเดิมๆช่วงเวลาการปลูกเลี้ยงนาน แถมราคาขายยังตกอับ

นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการกรุ๊ปวิจัยและพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. พูดว่า จากปัญหาดังที่กล่าวถึงแล้วศูนย์ช่ำชองของใหม่การกสิกรรมประดิษฐ์ วว. ก็เลยได้ทำแผนการการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีรวมทั้งสิ่งใหม่ นำองค์วิชาความรู้ไปเกื้อหนุนความก้าวหน้าปลูกลิเซียน-ทัสให้กับเกษตรกร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์จากการเกษตรจำพวกใหม่ตามความสามารถในพื้นที่ โดยเลือกนำร่องกรุ๊ปเกษตรกรชุมชนต้นแบบเกษตรกร แปลงใหญ่พืชดอกไม้ประดับ ตำบลสานโคลนตม อำเภอภูเขาเรือ จังหวัดเลย

ดร.มาก คนกล้างามธุระ หัวหน้าแผนการฯ พูดว่า ระยะต้นๆเกษตรกรยังไม่มีความรู้ ก็เลยอบรมในเรื่องที่เกี่ยวของกับการจัดแจงดูแลพื้นที่ปลูกให้มีอุณหภูมิ 19-21 ํ c แสงตะวันรำไร ปลูกด้วยแนวทางเพาะเม็ด ตอนที่สมควรเป็น สิงหาคมจนถึงต้นอายุได้ 4-5 เดือน จำเป็นต้องสเปรย์ให้น้ำวันละ 3-4 ครั้ง เพื่อดินปลูกมีความชุ่มชื้น ลิเซียนทัสจะมีดอกระหว่างเดือน พฤศจิกายน-เดือนธันวาคม ตรงกับตอนราคาพืชดอกแพง

ดอกลิเซียนทัสจะราวกับดอกกุหลาบ ไม่มีกลิ่นหอมสดชื่นรวมทั้งไม่มีหนาม แต่ละช่อมีดอก 8-10 ดอก ในกระถางหนึ่งจะทยอยมีดอกนาน 1 เดือน ข้างหลังกลีบโรยราสามารถเลี้ยงเป็นไม้ใบได้อีก 3 เดือน แล้วหลังจากนั้นจะเริ่มยืนต้นตาย เป็นพืชดอกติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ราคาซื้อขายแลกเปลี่ยนในไทย พื้นที่ภาคเหนือกระถางละ 120 บาท ในพื้นที่ภาคกึ่งกลางราคา 150-200 บาท

ขณะที่เงินลงทุนการปลูกแต่ละกระถางราคาแพงเพียงแค่ 20–25 บาทเพียงเท่านั้น.…

สิบล้อทับร่าง

ชายหนุ่มใหญ่ประมาท ถูกกระบะดัมพ์สิบล้อทับร่าง ดับสยดสยองคาที่

ถูกกระบะดัมพ์ สิบล้อทับร่าง ดับสยดสยองคาที่

ชายหนุ่มใหญ่ชาวน่าน ลอดเติมน้ำมันไฮดรอลิกกระบะดัมพ์ สิบล้อทับร่าง ดับคาที่ เพื่อนพ้อง-ช่วยเหลือใช้แบ็กโฮชูดัมพ์กู้ร่าง เจอตายสภาพสยดสยอง

ช่วงวันที่ 14 ธันวาคม62 ร้อยตำรวจเอกกฤษฎิ์ วิชัยต๊ะ พงส.สภ.ภูเขาเพียงแต่ จังหวัดน่าน ได้รับแจ้งศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน มีอุบัติเหตุกระบะรถบรรทุกสิบล้อทับคนตาย ที่รอบๆหนองครก หน้าร้านค้าฮั้วยอดเยี่ยมรส ต.ม่วงตึ๊ด อำเภอภูเขาเพียงแต่ จังหวัดน่าน ก็เลยรุดไปวิเคราะห์

จุดเกิดเหตุเจอกลุ่มกู้ชีพช่วยเหลือ อบต.ฝายแก้ว รวมทั้งกรุ๊ปผู้รับเหมาทำการก่อสร้างรอบๆหนองครก ใช้รถยนต์แบ็กโฮชูกระบะรถยนต์ดัมพ์สิบล้อ แบรนด์ hino สีขาว ทะเบียน 80-2825 น่าน ที่ทับร่าง นายดงษ์เดชะ เด่น อายุ 59 ปี กระทั่งเสียชีวิตอัดชิดกับรถยนต์ จากการสำรวจเจอคนตายมีรอยแผลขนาดใหญ่ที่หัว มันสมองกระจัดกระจาย บริเวณใบหน้ายุบผิดรูปผิดร่าง รวมทั้งหูข้างขวาฉีกให้ขาด

จากการสอบปากคำกรุ๊ปพนักงานขับรถร่วมกัน พื้นฐานทราบดีว่า คนตายได้ลงไปเติมน้ำมันในกระบอกไฮดรอคอยลิก ซึ่งเป็นกระบอกชูดัมพ์ของรถบรรทุก 10 ล้อคันดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แล้วหลังจากนั้นกระบะดัมพ์ได้ตกมาทับร่างจนถึงเสียชีวิตในทันทีชิดกับรถยนต์ ซึ่งคนภายในกรุ๊ปได้ตวาดเตือนแล้ว แม้กระนั้นไม่ทัน เพราะว่ากระบะดัมพ์ตกมาเร็วมาก

ด้าน ร้อยตำรวจเอกกฤษฎิ์ วิชัยต๊ะ พงส.สภ.ภูเขาเพียงแต่ จังหวัดน่าน กล่าวมาว่า ภายหลังตรวจดูจุดเกิดเหตุแล้ว ได้นำร่างคนตายไปเก็บไว้ ที่ โรงพยาบาลน่าน เพื่อคอยผสานพี่น้องมาติดต่อรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาถัดไป…