ผักบุ้งจีน

เกษตรกรที่สวรรคโลก เปิดเผยผักบุ้งจีนราคาดี กิโลกรัมละ 30 แต่ว่าอากาศหนาวทำโตช้า

อากาศหนาวทำให้ ผักบุ้งจีน เติบโตช้า จากเดิมใช้เวลา 25-30 วัน ก็จะต้องดูแลเพิ่มเป็น 35-45 วัน เกษตรกร ในอำเภอ.สวรรคโลก

เปิดเผยขณะนี้ ผักบุ้งจีน เป็นที่เรียกร้องของตลาด ส่งขายราคาดี กิโลกรัมละ 30 บาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 เดือนธันวาคม62 นักข่าวแถลงการณ์ว่าจากสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นในตอนนี้ ทางภาคเหนืออุณหภูมิได้ต่ำลงและก็หนาวเย็นต่อเนื่องกันยาวนานหลายวันแล้ว รวมทั้งคาดว่าน่าจะหนาวเย็นไปจนกระทั่งตอนปีใหม่ ซึ่งลักษณะภาวะดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเกิดผลดีต่อเกษตรกรที่ปลูกผักบุ้งจีน เพราะว่าตลาดมีความต้องการผักบุ้งจีนสูงเพื่อนำไปทำกับข้าวในตอนหน้าหนาว ไม่ว่าจะเป็นรายการอาหารผัดบุ้งไฟแดง ที่ทานอาหารต้มร้อนๆและยังรวมไปถึงรายการอาหารสุกี้ และก็หมูกระทะ และก็ขณะนี้เป็นช่วงๆใกล้เทศกาลปีใหม่ ทำให้พสกนิกรนิยมกินหมูกระทะ แม้กระนั้นด้วยเหตุว่าผักบุ้งจีนเป็นพืชที่เกลียดชังอากาศหนาว ก็เลยทำให้โตช้า

นายปรีดิ์ รอบุย อายุ 54 ปี เกษตรกรที่ปลูกผักบุ้งจีนใน อำเภอสวรรคโลก จังหวัดจังหวัดสุโขทัย เล่าให้ผู้รายงานข่าวฟังว่าตนได้ปลูกผักบุ้งจีนเพื่อส่งขายที่ตลาดสวรรคโลก ปริมาณ 4 ไร่ โดยจะทำเป็นแปลงเพื่อเวียนให้เก็บผลิตผลได้ตลอดทั้งปี โดยมีทั้งยังแปลงที่เก็บผลิตได้แล้ว แล้วก็กำลังเริ่มแตกหน่อ แต่ว่าเมื่อพบกลับลักษณะอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่องกันนับเป็นเวลาหลายวัน นำมาซึ่งการทำให้ผักบุ้งจีนที่ปลูกไว้โตช้ากว่าธรรมดา จากธรรมดาที่เคยใช้เวลาปลูกโดยประมาณ 25-30 วัน ก็เก็บผลิตผลได้จำเป็นต้องใช้เวลาดูแลเยอะขึ้นเรื่อยๆโดยประมาณ 35-45 วัน ก็เลยเก็บผลิตผลได้

ผักบุ้งจีนเกษตรกรที่ปลูกผักบุ้งจีน กล่าวเหตุว่า ขณะนี้เป็นตอนที่อากาศหนาวและก็ใกล้ตอนปีใหม่ทำให้ตลาดมีความต้องการผักบุ้งจีนสูงก็เลยนำมาซึ่งการทำให้ราคาผักบุ้งจีนในขณะนี้ราคาออกจะดีถึงกก. 30 บาท โดยตนจะเก็บผักบุ้งจีนไปส่งขายให้กับแม่ค้าที่ตลาดสดสวรรคโลก ตกวันละ 20-25 โล…

หนุ่มโปแลนด์

กลุ่มค้นหายังเดินหน้า หาชายหนุ่มโปแลนด์และก็สาวไทย หายในสมุทรที่ชายหาดยะนุ้ยจังหวัดภูเก็ต

หนุ่มโปแลนด์ และก็สาวไทย พายเรือคายัคหายไปในสมุทร

ค้นหาชาย หนุ่มโปแลนด์ และก็สาวไทย พายเรือคายัคหายไปในสมุทรหน้าชายหาดยะนุ้ย ไม่รู้เคราะห์กรรม ด้านแม่ของสาวไทยระบุบุตรสาวพึ่งรับปริญญามาหมาดๆแต่ว่ายังมีหวังว่าไม่เป็นอันตราย

จากกรณีเมื่อช่วงเวลาเย็นวันที่ 7 เดือนธันวาคมก่อนหน้านี้ ข้าราชการได้รับแจ้งว่า นาย Juszkiewicz Mateusz อายุ 27 ปี เชื้อชาติประเทศโปแลนด์ แล้วก็ นางสาววีรกานต์ ศรีปพระอาทิตย์ณ์ อายุ 23 ปี

คนไทย ได้หายขณะพายเรือคายัค รอบๆชายหาดยะนุ้ย ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดภูเก็ต จากการถามไถ่รู้ว่า ผู้หายสาบสูญอีกทั้ง 2 คนมาพร้อมกับเพื่อนฝูงรวม 8 คน ก่อนเช่าเรือคายัคพาย

ออกมาจากฝั่งรอบๆชายหาดยะนุ้ย มุ่งหน้าไปรอบๆเกาะมัน ก่อนที่จะเพื่อนฝูงๆจะนำเรือกลับมาเข้าฝั่ง 3 ลำ ส่วนเรือของนาย Juszkiewicz แล้วก็ นางสาววีรกานต์ถูกคลื่นซัด ทั้งคู่ตกจากเรือ ก่อนที่จะพากเพียรป่ายปีนขึ้นเรือได้

แต่ว่าไม่มีไม้พาย ทำให้จะต้องพยุงเรือรอคอยการเกื้อกูล แม้กระนั้นในช่วงเวลานั้นคลื่นลมแรงคาดว่าจะถูกพัดออกไปสู่สมุทรลึก พื้นฐานกลุ่มค้นหาได้ด้วยกันออกค้นหาทั้งยังทางบกและก็ทางทะเล โดยกระจัดกระจายกำลังเดินทางไปค้นหายังริมหาด ซึ่งมีทัพเรือภาคที่ 3 นำเรือออกไปค้นหาในสมุทรจุดที่คาดว่าหาย รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง แม้กระนั้นยังไม่เจอตัวและไม่รู้เคราะห์กรรม

จนกระทั่งเมื่อเวลาเช้าวันที่ 8 ธันวาคม ข้าราชการหลายหน่วยงาน นำโดยเทศบาลตำบลราไวย์ ตำรวจท่องเที่ยว ปภ.จังหวัดภูเก็ต หน่วยกู้ชีพในพื้นที่ได้มีการตั้งศูนย์กระทำการร่วมค้นหาผู้หายสาบสูญขึ้นที่หาดทรายยะนุ้ย

และก็ด้วยกันออกค้นหาสม่ำเสมอ ทั้งยังทางบก ทางทะเล รวมทั้งทางอากาศ ในรอบๆใกล้เคียง ตั้งแต่เกาะแก้วแปลกประหลาด แหลมพระพรหมเทวดา ชายหาดยะนุ้ย ชายหาดในหาน แหลมวัวกระทิง ชายหาดนุ้ย ไปกระทั่งหาดทรายกะตะ โดยทางบกใช้ความรุนแรงของ ปภ.กู้ชีพในพื้นที่

ข้าราชการเทศบาลตำบลราไวย์ ตำรวจ สภ.สังสรรค์ ทางน้ำ ใช้ความรุนแรงตำรวจน้ำ ส่วนทัพเรือภาคที่ 3 ใช้เรือ ตำบล233 เรือ ตำบล991 และก็เรือหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล ทัพเรือร่วมเที่ยวตรวจ ส่วนทางอากาศมีการบินค้นหาด้วยเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ของทัพเรือภาคที่ 3 ได้บินค้นหาสม่ำเสมอ จากแหลมพระพรหมเทวดาไปทางทิศตะวันตกเฉใต้ราวๆ 24 ไมล์ทะเล พื้นฐานยังไม่เจอตัวหรือเรือของผู้เผชิญเหตุอะไร ซึ่งข้าราชการทุกฝ่ายจะยังไม่เลิกการค้นหา รวมทั้งยังออกค้นหาโดยตลอด
ความก้าวหน้าปัจจุบัน เมื่อช่วงเวลาเช้าวันที่ 9 เดือนธันวาคม ที่ศูนย์กระทำการค้นหาผู้หายสาบสูญ หาดทรายยะนุ้ย ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ข้าราชการหลายข้างได้ด้วยกันสัมมนาเตรียมพร้อม ก่อนปฏิบัติการตามแนวทางค้นหาอีกรอบ ทั้งยังทางแม่น้ำแล้วก็ทางอากาศ โดยทางแม่น้ำได้ใช้เรือปริมาณ 4 ลำ มี เรือ ตำบล223 รวมทั้งเรือ ตำบล991 ของทัพเรือภาคที่ 3 ออกค้นหารอบๆสมุทรลึกทางทิศตะวันตกเฉใต้ รวมทั้งเรือสปีดโบ๊ตปริมาณ 2 ลำของตำรวจท่องเที่ยวออกค้นหาไปยังพื้นที่ใกล้เกาะราชา

นอกนั้นยังมีเรือยางขนาดเล็กของเทศบาลตำบลราไวย์ และก็หน่วยรักษาความปลอดภัยริมตลิ่ง เเละ ปภ.จังหวัดภูเก็ต ระหว่างที่ทางอากาศได้นำเฮลิคอปเตอร์ของทัพเรือภาคที่ 3 ออกบินค้นหาสม่ำเสมอ โดยมีนายอรุณโสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมกับ นางชุดารษา ศรีปพระอาทิตย์ณ์ คุณแม่ นางสาววีรกานต์และก็เครือญาติของผู้หายสาบสูญร่วมบินค้นหา
นางชุดารษา ศรีปดวงอาทิตย์ณ์ อายุ 46 ปี ชาว จังหวัดจังหวัดนครสวรรค์ คุณแม่ นางสาววีรกานต์ พูดว่า นางสาววีรกานต์ พึ่งสำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยนเรศวร เกียรตินิยมชั้น 1 โดยมาดำเนินงานที่ จังหวัดจังหวัดภูเก็ตได้ราวหนึ่งปี โดยการทำงานอยู่ในเนอสเซอปรี่นานาประเทศแห่งหนึ่ง ใกล้อนุสาวรีย์ท้าวเทวดากษัตรี ท้าวศรีเพราะ อำเภอถลาง รวมทั้งเมื่อโดยประมาณ 5 วันที่ผ่านมาได้เดินทางไปรับปริญญา ก่อนกลับมาดำเนินการได้เพียงแต่ 2 วัน และก็เกิดเหตุดังกล่าวมาแล้วข้างต้นขึ้น ดังนี้ตัวเองจำเป็นต้องขอขอบพระคุณข้าราชการทุกหน่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศบาลตำบลราไวย์ที่ดูแลแล้วก็วางแผนค้นหาอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งตัวเองยังมีหวังหวังว่าบุตรสาวจะไม่เป็นอันตราย.…

พ่อแรม

จัดเตรียมรับศพ พ่อแรม วันพรุ่ง ก่อนมอบร่างเป็นครูใหญ่ ตั้งสวดมนตร์ 7 วัน

เครือญาติ พ่อแรม จัดเตรียมรับศพวันพรุ่ง ตั้งบำเพ็ญบุญ 7 วันที่วัดโพธารามมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ โดยพี่นีโน่ จะมาช่วยเลี้ยงดู ก่อนมอบร่างเป็นครูใหญ่ ด้าน ตั้ม สมประสงค์ เสียใจ จัดเตรียมเดินทางไปร่วมงานศพ

ในกรณีที่ นายแรม วรธรรม อายุ 86 ปี ดาราอาวุโส บิดาดารานำชายมีชื่อ โอ วรุฒ วรธรรม ที่พึ่งจะเสียชีวิตไปนั้น กำเนิดช็อกความดันต่ำเข้ารักษาที่โรงหมอ และก็ได้จากไปอย่างเงียบๆ ที่ห้อง CCU

ศูนย์โรคหัวใจ โรงหมอนครอิงค์ ภายหลังที่ทางโรงหมอได้กระทำปั๊มหัวใจบิดาแรมไป 3 ครั้งแล้ว แต่ว่าก็ไม่อาจจะยื้อชีวิตเอาไว้ได้ แล้วก็เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 10.16 น. บิดาแรมได้จากไปอย่างสงบเงียบ

แล้วทางพี่น้องรวมทั้ง นางอรพิน กุญชร ณ อยุธยา เมียของนายแรม ได้เดินเข้าไปในห้อง CCU เพื่อมองร่างอันไม่มีวิญญาณเป็นคราวสุดท้าย ก่อนที่จะทางข้าราชการของทาง โรงพยาบาลจะได้เปลี่ยนที่ร่างของบิดาแรม ไปไว้ที่ห้องดับจิต โรงพยาบาลนครอิงค์ เพื่อคอยพี่น้องมารับศพในวันพรุ่ง

ในขณะที่ประเด็นการจัดแจงงานฌาปนกิจศพนั้น นางคำดี แม่บ้านที่ดูแลบิดาแรม แจ้งว่า จำต้องรอคอยพี่นีโน่มาจัดแจง แต่ว่าพื้นฐานพ่อได้บริจาคร่างไว้ให้กับโรงหมอมหาราชนครจังหวัดเชียงใหม่

เพื่อเป็นครูใหญ่ให้กับนักเรียนแพทย์ได้เรียน ซึ่งในวันพรุ่งการรับศพป๋าแรม วรธรรม ทางพี่นีโน่ เมทนี บุรณศิริ พี่ชายคนรู้จักมักคุ้นของโอ วรุฒ วรธรรม จะเดินทางไปรับศพที่ โรงหมอนครอิงค์ อำเภอแม่ขอบ จังหวัดเชียงใหม่

โดยจะนำไปบำเพ็ญบุญที่ วัดโพธารามมหาวิหาร (วัดเจ็ดยอด) ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ ศาลา 1 ตรงเวลา 7 วัน

ด้าน นางคำดี ชาวไทใหญ่ แม่บ้านที่ดูแลบิดาแรมมา 17 ปี กล่าวอีกว่า มีความรู้สึกว่าบิดาจะมีลักษณะความดันเลือดต่ำ ตั้งแต่เวลาค่ำวานนี้แล้ว ก็เลยจำเป็นต้องเรียกรถพยาบาลมารับไปที่โรงหมอหางป่า โดยก่อนหน้านั้นบิดาแรมได้เดินทางไปรับพระที่สนิทกัน ที่ท่าอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่ แล้วลื่นล้มตูดชนพื้น

เวลาที่ นางอรพิน กุญชร ณ อยุธยา เมียของบิดาแรม ได้เผย ว่า ข้างหลังรู้ข่าวสารก็รู้สึกเศร้า รวมทั้งในตอนนี้ก็เหลือแค่ตัวผู้เดียวแล้ว ก็เพียรพยายามอดทน ในตอนนี้ทั้งยังบิดาแรมและก็พี่โอ

ก็คงจะได้เจอะกันแล้ว แม่ก็จำเป็นต้องทำใจ 4 คนบิดามารดาลูก ก็เหลือแม่ผู้เดียวแล้ว ส่วนเรื่องงานฌาปนกิจศพของบิดาแรมนั้น ทางพี่นีโน่จะเป็นคนจัดแจง โดยคอยพี่นีโน่เดินทางมาก่อน ซึ่งจะได้มีการนำร่างของบิดาไปบำเพ็ญทานถัดไป

แล้วหลังจากนั้นนักข่าวได้ได้โอกาสคุยกับ ตั้ม สมหวัง สิงหวนวัฒน์ สมัยก่อนนักร้องมีชื่อที่สนิทกับ โอ วรุฒ วรธรรม รวมทั้งบิดาแรม เผยกับนักข่าวผ่านทางโทรคำศัพท์ว่า ตัวเองรู้ข่าวสารก็รู้สึกเศร้า ตั้งแต่โอ วรุฒเสียชีวิตไป บิดาแรมก็เจ็บไข้ได้ป่วยออดๆแอดๆตามอายุของคนสูงอายุ และก็บิดาแรมเองก็อายุมากมายแล้ว ซึ่งตอนต้นตัวเองได้จองตั๋วเพื่อบินไปยังจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 14 ธันวาคม62 แต่ว่ามาเกิดเหตุการณ์อย่างงี้ขึ้น ก็จะกลับถึงจังหวัดเชียงใหม่ในตอนเย็น เพื่อมาจัดแจงเรื่องทำบุญศพบิดาแรม

สำหรับเรื่องราว บิดาแรม วรธรรม อายุ 86 ปี เป็นบิดาของผู้แสดงนำชาย โอ วรุฒ วรธรรม ดารานำชายโด่งดังผู้ตาย และก็ยังเป็นดาราอาวุโสผู้เคยสวมบทบาท “บิดาคำแก้ว” ที่มงกุฎดอกส้ม

รวมทั้งตัวประกอบละครดังอย่าง ดุจดวงหฤทัย, อย่าลืมฉัน, ในรอยรัก รวมทั้งอีกหลายเรื่อง ด้านครอบครัว แต่งงานกับ นางอรพิน กุญชร ณ อยุธยา บุตรีของ ร้อยโทหม่อมหลวงพร้อม กุญชร

ข้าราชการชั้นสูงสกุลดัง ซึ่งนับว่าเป็นครอบครัวที่วนเวียนอยู่ในแวดวงสำราญใจมาตั้งแต่สมัยของ แรม วรธรรม ด้วยเค้าหน้าไทยผสมลูกครึ่ง ที่มาจากตา Mr.William Reginald Dibb แล้วก็ส่งต่อความหล่อสไตล์ลูกครึ่งมาถึง โอ วรุฒ วรธรรม ด้วย.…

ที่

“ยุ้ย ก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว” ที่ จ.สมุทรสงคราม

“ยุ้ย ก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว” ที่ จ.สมุทรสงคราม

“ยุ้ย ก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว” ที่ จ.สมุทรสงคราม

เสริมจุดขายดึงดูดลูกค้าสร้างรายได้เพิ่ม เผยเคยเป็นครูผู้ช่วยแต่งานไม่ใช่เลยออกมาขายก๋วยเตี๋ยว

ที่

ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ พ่อค้าแม่ค้าหลายคนทำมาหากินเพื่อปากท้องเลี้ยงดูครอบครัว
เช่นเดียวกับแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเร่รายหนึ่ง คือ น.ส.พจนี พรรณเทียน หรือ “คุณยุ้ย” อายุ 37 ปี
ชาว ต.จอมปลวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ออกไอเดียสุดเก๋และเชื่อว่าหลายคนคาดไม่ถึง
คือ การใส่เสื้อสายเดี่ยวขายก๋วยเตี๋ยวให้ดูน่าสนใจ แถมให้ทีมพนักงานเสิร์ฟ 3-4 คนใส่เสื้อสายเดี่ยวพร้อมตั้งชื่อร้านว่า “ยุ้ย ก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว” นอกจากรสชาติอร่อย ถูกใจลูกค้าแล้ว สไตล์การแต่งตัวอันเป็นเอกลักษณ์เป็นที่ดึงดูดลูกค้าที่มีผลตอบรับดีขึ้น ลูกค้าขาจรและขาประจำต่างสนใจติดตามเพื่อจะเห็นกับตาพร้อมรสชาติแสนอร่อยของก๋วยเตี๋ยวร้านนี้

ที่


น.ส.พจนี หรือ “คุณยุ้ย” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว บอกว่า หลังจากเรียนจบ ตนเองเคยสอบได้เป็นครูผู้ช่วยแต่ทำแล้วรู้สึกอาชีพการงานไม่ก้าวหน้า และฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งตนเองเป็นคนที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวมาก จึงลาออกจากงานและเริ่มซื้อรถกระบะมือ 2 ก่อนติดตั้งตู้กระจกไว้บนท้ายกระบะรถ ออกตระเวนขายตามงานต่าง ๆ เช่น งานวัด งานบวช งานพิธี และจุดที่มีคนพลุกพล่าน ตอนแรกขายไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เลยได้ไอเดียใหม่ชวนพนักงานเสิร์ฟเปลี่ยนการแต่งตัวโดยใส่เสื้อสายเดี่ยวขายดูบ้าง เริ่มขายจากสนามฟุตบอลที่มีการแข่งขันอยู่เพราะส่วนใหญ่ที่มาดูฟุตบอลจะเป็นผู้ชาย ผลตอบรับดีเกินคาดขายหมดเกลี้ยง ขายไม่พอ ตั่งแต่งานนั้นมาตนพร้อมเด็กเสิร์ฟก็ได้แต่งตัวสายเดี๋ยวขายก๋วยเตี๋ยวตลอดมา จนตอนนี้มีลูกค้าติดจำนวนมากโดยเฉพาะบรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ จะบอกเป็นเสียงเดี๋ยวกันว่าที่แม่ค้าแต่งตัวเซ็กซี่นับว่าเป็นอาหารตาอย่างหนึ่งแถมรสชาติก็อร่อยเพียงชามละ 20 บาท โดยเมนูของร้านมีทั้งก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู ก๋วยเตี๋ยวหมูหมัก เย็นตาโฟ

ที่
น.ส.พจนี หรือ “คุณยุ้ย” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว บอกว่า หลังจากเรียนจบ ตนเองเคยสอบได้เป็นครูผู้ช่วยแต่ทำแล้วรู้สึกอาชีพการงานไม่ก้าวหน้า และฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งตนเองเป็นคนที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวมาก จึงลาออกจากงานและเริ่มซื้อรถกระบะมือ 2 ก่อนติดตั้งตู้กระจกไว้บนท้ายกระบะรถ ออกตระเวนขายตามงานต่าง ๆ เช่น งานวัด งานบวช งานพิธี และจุดที่มีคนพลุกพล่าน ตอนแรกขายไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เลยได้ไอเดียใหม่ชวนพนักงานเสิร์ฟเปลี่ยนการแต่งตัวโดยใส่เสื้อสายเดี่ยวขายดูบ้าง เริ่มขายจากสนามฟุตบอลที่มีการแข่งขันอยู่เพราะส่วนใหญ่ที่มาดูฟุตบอลจะเป็นผู้ชาย ผลตอบรับดีเกินคาดขายหมดเกลี้ยง ขายไม่พอ ตั่งแต่งานนั้นมาตนพร้อมเด็กเสิร์ฟก็ได้แต่งตัวสายเดี๋ยวขายก๋วยเตี๋ยวตลอดมา จนตอนนี้มีลูกค้าติดจำนวนมากโดยเฉพาะบรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ จะบอกเป็นเสียงเดี๋ยวกันว่าที่แม่ค้าแต่งตัวเซ็กซี่นับว่าเป็นอาหารตาอย่างหนึ่งแถมรสชาติก็อร่อยเพียงชามละ 20 บาท โดยเมนูของร้านมีทั้งก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู ก๋วยเตี๋ยวหมูหมัก เย็นตาโฟ

ที่

ที่

เชื่อเขามาให้โชค

“ตะพาบน้ำ” เดินเข้าบ้าน แห่ตี “เลขเด็ด” เชื่อเขามาให้โชค

“ตะพาบน้ำ” เดินเข้าบ้าน แห่ตี “เลขเด็ด” เชื่อเขามาให้โชค

“ตะพาบน้ำ” เดินเข้าบ้าน แห่ตี “เลขเด็ด” เชื่อเขามาให้โชค

เชื่อเขามาให้โชค
ตะพาบน้ำ หรือ ปลาฝา เดินเข้าบ้านสาวใหญ่ที่พะเยา คนแม่ต๋ำแห่ตี “เลขเด็ด” มี 8 มี 9 เชื่อเขามาให้โชค

นางรุ่งเรือง ถูกจิตต์ อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 103/4 ถนนแม่ต๋ำฟากน้ำ ต.แม่ต๋ำ อ.เมือง จ.พะเยา เปิดผยว่า ขณะที่ตนเองกำลังนั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้าน ได้มองเห็นตัวดำๆ คลานเข่ามาข้างๆ บ้าน จึงเดินไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นตะพาบน้ำ หรือ ปลาฝา กำลังคลานเข้ามาหน้าบ้าน จึงเข้าไปจับตะพาบน้ำ แต่ก็จับยากมากเพราะตัวใหญ่ น้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม จึงนำมาวางเก็บที่หน้าบ้าน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่จะจับตะพาบไปปล่อยคลองหน้าบ้านนั้น เพื่อนบ้านและคนอื่นๆที่ผ่านมาเห็นก็บอกว่าตะพาบน้ำเข้าบ้านน่าจะมีโชคลาภ จึงพากันนำแป้งมาลูบเผื่อมีโชค ซึ่งแต่ละคนก็เห็นเลข 2 ตัว 3 ตัวบ้าง บางคนมองเห็นตัวเลข 164-937-102-84-34 แล้วแต่ละคนจะมองเห็นกัน

ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าตะพาบมาเพื่อจะให้โชค ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง จึงนำเลขที่บ้านและเลขที่ตัวตะพาบไปเสี่ยงดวงชื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 ต.ค.62 นี้ และได้นำตะพาบนั้นไปปล่อยลงลำน้ำเพื่อคืนสู่ธรรมชาติต่อไป.…

บวงสรวงใหญ่วันออกพรรษา

บวงสรวงใหญ่วันออกพรรษา เกาะคำชะโนด ส่องขันน้ำมนต์ ขอพรพ่อปู่ศรีสุทโธ

บวงสรวงใหญ่วันออกพรรษา เกาะคำชะโนด ส่องขันน้ำมนต์ ขอพรพ่อปู่ศรีสุทโธ

บวงสรวงใหญ่วันออกพรรษา เกาะคำชะโนด ส่องขันน้ำมนต์ ขอพรพ่อปู่ศรีสุทโธ


เกาะคำชะโนดบวงสรวงใหญ่วันออกพรรษา ส่องขันน้ำมนต์ ขอพรพ่อปู่ศรีสุทโธ
เกาะคำชะโนด / วันที่ 13 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากลานบวงสรวงหน้าเกาะคำชะโนด วังนาคินทร์พญานาคราชพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา บ้านโนนเมือง หมู่ 11 ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่าวันนี้ตรงกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันออกพรรษา โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่เกาะคำชะโนดหนาตาเป็นพิเศษ เพื่อมากราบไหว้ปู่ย่าและขอพรขอความเป็นสิริมงคล

บวงสรวงใหญ่วันออกพรรษา

โดยนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งไหว้ปู่ย่าเสร็จแล้วเดินทางจากคำชะโนดบ้านมุ่งสู่อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เพื่อรอชมบั้งไฟพญานาค

สำหรับที่ลานบวงสรวงหน้าเกาะคำชะโนด ทางกรรมการบริหารคำชะโนดได้ทำพิธีบวงสรวงใหญ่ เนื่องในวันออกพรรษา มีนักท่องเที่ยวมาร่วมเป็นจำนวนมาก โดยมีพ.ต.อ.สมบัติ นาแถมพลอย ผกก.สภ.ดงเย็น อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เป็นประธานจุดธูปเทียน โดยทางคำชะโนดได้ระดมพ่อจ้ำมาร่วมพิธี

ส่วนพ่อจ้ำที่พานำคือพ่อจ้ำชวการ คำวันสา เป็นผู้นำทำพิธีนานับชั่วโมง สำหรับเซียนหวยที่ชอบส่องหาเลขเด็ดไม่พลาดหวังมีการทำขันน้ำมนต์ หลังเสร็จพิธีแล้วส่องได้ เลขเด็ด 14 , 41 และ 45 , 54 แต่บังเอิญเลข 14 ตรงกับขันน้ำมนต์ในเกาะคำชะโนด สุดแท้ใครจะมองเห็น หลังจากนั้นมีการรำถวายปู่และย่าช่วงออกพรรษา

สำหรับนาคน้อยช่วงออกพรรษาก็มาร่วมบวงสรวงขอพรปู่ย่าและยังกระชิบว่างวดนี้เน้นๆ 90 , 60 เผื่อปู่ให้โชคลาภ…

สาหร่ายช่อพริกไทย

สาหร่ายช่อพริกไทย หรือ สาหร่ายพวงองุ่น จิ๋วแต่แจ๋ว

สาหร่ายช่อพริกไทย หรือ สาหร่ายพวงองุ่น จิ๋วแต่แจ๋ว

สาหร่ายช่อพริกไทย หรือ สาหร่ายพวงองุ่น จิ๋วแต่แจ๋ว

สาหร่ายช่อพริกไทย
เห็นพืชหน้าตาสวยๆ เหมือนพวงองุ่นเล็กๆ แบบนี้ ทราบกันไหมคะว่ามันเป็นสาหร่ายที่มาไกลจากประเทศญี่ปุ่นเลยแหละ สาหร่ายพวงองุ่นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ทำไมเราต้องทาน และทานกันอย่างไร เราจะมาแนะนำให้รู้จักกับพืชจิ๋วแต่แจ๋วชนิดนี้กันค่ะ

ชื่อภาษาอังกฤษคือ sea grapes หรือ green cavier บ้านเราอาจเรียกว่า สาหร่ายช่อพริกไทย มีต้นกำเนิดมาจากชายฝั่งทะเลแถบโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น มีลักษณะเป็นพวงเล็กๆ สีเขียวเข้ม มีเม็ดกลมๆ ใสๆ สีเขียวอ่อน

สาหร่ายช่อพริกไทย

มีรสชาติคล้ายไข่กุ้งที่อยู่บนซูชิ มันๆ เค็มๆ นิดๆ และด้วยลักษณะที่เป็นพวงองุ่น ทำให้เมื่อจิ้มกับน้ำจิ้มต่างๆ สามารถดูดซับน้ำจิ้มติดขึ้นมาได้มาก ทำให้ไม่ว่าจะทานกับน้ำจิ้มแบบไหนก็อร่อย

– แหล่งรวมวิตามินมากมาย ทั้งวิตามินเอ, บี, ซี, อี และเค ดังนั้นจึงช่วยบำรุงสายตา แก้อาการเหน็บชา ดูแลกระดูก และฟัน บำรุงผิวพรรณ และช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ง่าย

– ปรับสมดุลในร่างกาย

– รักษาความชุ่มชื้นของเซลล์ผิว

– บำรุงสมอง บำรุงเส้นผม

– ต่อต้าน และยับยั้งเซลล์มะเร็ง

– กากใยสูง แคลอรี่ต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก

– แมกนีเซียม ช่วยให้กล้ามเนื้อและประสาททำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

– แคลเซียม บำรุงกระดูก

– โปแคสเซียม ช่วยควบคุมการทำงานของเซลล์ และความสมดุลของน้ำในร่างกาย

– สังกะสี ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

– ไอโอดีน ช่วยป้องกันและรักษาโรคคอพอก

– เบต้าแคโรทีน ต้านอนุมูลอิสระ

– กรมอะมิโนที่จำเป็นอีกหลายชนิดที่ไม่พบในพืชบนบก

– เหมาะกับผู้ป่วยหลายโรค เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ…

เหลือเชื่อ

เหลือเชื่อ ต้นตะเคียนมุดน้ำหนี ชาวบ้านเชื่อวิญญาณทหารสิง เผยเหตุเอาขึ้นไม่ได้

เหลือเชื่อ ต้นตะเคียนมุดน้ำหนี ชาวบ้านเชื่อวิญญาณทหารสิง เผยเหตุเอาขึ้นไม่ได้

เหลือเชื่อ ต้นตะเคียนมุดน้ำหนี ชาวบ้านเชื่อวิญญาณทหารสิง เผยเหตุเอาขึ้นไม่ได้

เหลือเชื่อ
ยังมีอีก 4 ต้น! ชาวบ้านแห่ประกอบพิธีขุดค้นหา ต้นตะเคียน ร่างทรงบอกยังมีวิญญาณทหารในอดีตสิงสถิตอยู่ แต่ยังนำขึ้นไม่ได้เหตุมุดดินหนี เชื่อมีคนไม่ยอมให้โผล่ขึ้นมา

เหลือเชื่อ
วันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่คลองน้ำสาธารณะบ้านขาคีม ต.หลุมข้าว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา มีชาวบ้านจำนวนมากได้ร่วมกันประกอบพิธีจุดธูปเทียน กราบไหว้ขอขมาเทวดาฟ้าดินเพื่อให้เปิดทางในการใช้รถแบคโฮขนาดใหญ่ ขุดหาต้นตะเคียนภายในคลองน้ำ โดยชาวบ้านเชื่อว่า ยังมีต้นตะเคียนหลงเหลืออยู่อีกประมาณ 4 ต้น

หลังจากก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้ขุดพบต้นตะเคียนขนาดใหญ่มาแล้วในคลองน้ำแห่งนี้ จำนวน 9 ต้น โดยก่อนที่จะขุดค้นได้นำร่างทรงมาประกอบพิธีเปิดทาง โดยร่างทรงบอกว่า ยังคงมีดวงวิญญาณของชายชาติทหารในอดีตที่ยังคงสิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียน ที่ยังคงจมอยู่ในคลองน้ำซึ่งมีความลึกกว่า 2 เมตร

เหลือเชื่อ
ซึ่งระหว่างที่รถแบคโฮได้ขุดเปิดทางน้ำชาวบ้านได้ดำน้ำลงไปดู พบว่ามีต้นตะเคียนขนาดใหญ่อยู่จริง แต่พอรถแบคโฮจะขุดขึ้นมา ต้นตะเคียนก็จะดำดินหนีลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ได้แค่เปลือกของต้นตะเคียนเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านดำน้ำเห็นต้นตะเคียนมีอยู่จริง แต่ต้นตะเคียนสามารถดำน้ำหนีรถแบคโฮไปเรื่อย ๆ ทำเอาชาวบ้านเหนื่อยกันเป็นแถว

จากการสอบถาม นายดำ (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านที่ลงค้นหาต้นตะเคียน เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้นตะเคียนดำน้ำหนี ชาวบ้านเชื่อว่าน่าจะเกิดจากการที่มีร่างทรงบางคนไม่ยอมให้ต้นตะเคียนโผล่ขึ้นมา โดยมายืนสวดมนต์อยู่ริมคลองน้ำ เหมือนสวดมนต์สะกดวิญญาณของต้นตะเคียน ไม่ทราบว่าเพราะสาเหตุอะไร แต่ชาวบ้านยังคงจะทำการขุดค้นหาต้นตะเคียนต่อไปจนกว่าจะเจอ…

แรงงานไทยว่างงานเพิ่ม

แรงงานไทยว่างงานเพิ่ม 3.85 แสนคน นศ.จบใหม่ส่อไม่มีงานทำ

แรงงานไทยว่างงานเพิ่ม 3.85 แสนคน นศ.จบใหม่ส่อไม่มีงานทำ

แรงงานไทยว่างงานเพิ่ม 3.85 แสนคน นศ.จบใหม่ส่อไม่มี
งานทำ

แรงงานไทยว่างงานเพิ่ม
เปิดผลการสำรวจภาวะการทำงานแรงงานไทย พบเดือนกันยายนมีผู้ว่างงานกว่า 3.85 แสนคน
เพิ่มกว่าปีที่ผ่านมาถึง ขณะที่นักศึกษาจบใหม่กว่า 5 แสนคนเสี่ยงเผชิญปัญหาว่างงานสูงขึ้น

วันที่ 9 ต.ค.2562 สำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร
เดือนกันยายน 2562 พบว่า ผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปมีจำนวน 56.64 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้
อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมจะทำงานจำนวน 37.72 ล้านคน ประกอบด้วยผู้ที่มีงานทำจำนวน 37.21 ล้านคน, ผู้ว่างงาน 3.9 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 1.2 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงาน
หรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 18.92 ล้านคน

ขณะที่ตัวเลขการทำงานของคนไทยพบว่า เดือนกันยายน 62 มีผู้ว่างงานกว่า 3.85 แสนคน หรือ
คิดเป็นอัตราส่วนการว่างงานร้อยละ 1.0 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2561 พบว่าจำนวน
ผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 1.2 หมื่นคน และหากเปรียบเทียบกับเดือนสิงหาคม 2562 พบว่าจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นถึง 3,000 คน นั่นหมายความว่า ภาคครัวเรือนที่ประสบปัญหากับภาวะเศรษฐกิจของประเทศลูกหลานที่เรียนจบมาไม่มีงานทำ ส่งผลให้ตัวเลขคนว่างงานเพิ่มสูงขึ้นมาก

แรงงานไทยว่างงานเพิ่ม
สำหรับตัวเลขผู้ว่างงานพบว่า ภาคใต้ว่างงานเพิ่มขึ้น 2.7 หมื่นคน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้น 2.2 หมื่นคน, ภาคเหนือเพิ่มขึ้น 1.0 พันคน ในขณะที่ภาคกลางผู้ว่างงานลดลง 2.4 หมื่นคน และกรุงเทพฯ ลดลง 1.4 หมื่นคน

ในเดือนสิงหาคม 2562 ผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานมีจำนวนทั้งสิ้น 38.09 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 37.62 ล้านคน ผู้ว่างงาน 3.82 แสนคน และผู้รอฤดูกาล 8.0 หมื่นคน ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบ สถานการณ์แรงงานกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 พบว่า จำนวนผู้มีงานทำลดลง 6.7 ล้านคน (จาก 38.29 ล้านคน เป็น 37.62 ล้านคน) ผู้ว่างงานลดลง 2.1 หมื่นคน (จาก 4.03 แสนคนเป็น 3.82 แสนคน)

แรงงานไทยว่างงานเพิ่ม

เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 ผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานมีจำนวนทั้งสิ้น 38.09 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 37.62 ล้านคน ผู้ว่างงาน 4.36 แสนคน และผู้รอฤดูกาล 3.0 หมื่นคน ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบ สถานการณ์แรงงานกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 พบว่า จำนวนผู้มีงานทำลดลง 1.0 ล้านคน (จาก 38.63 ล้านคน เป็น 37.62 ล้านคน) ผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 5.4 หมื่นคน (จาก 3.82 แสนคนเป็น 4.36 แสนคน)

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกที่อยู่ในวัฏจักรชะลอตัวเริ่มมีสัญญาณการจ้างงานลดลงเป็นความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานไทย โดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ประมาณ 5.24 แสนคน อาจต้องประสบปัญหาภาวะว่างงานสูงขึ้น สำหรับการว่างงานของไทยอยู่เป็นอันดับ 7 จาก 181 ประเทศทั่วโลก คิดเป็นอัตราว่างงานเฉลี่ย 1.1-1.2% แต่แรงงานไทยส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบและมีการเข้าโครงการลาออกโดยสมัครใจทำให้ไทยมีอัตราว่างงานในเกณฑ์ต่ำ

แรงงานไทยว่างงานเพิ่ม

หนุ่มจีนบีบคอสาวไทยดับคาห้องพัก

หนุ่มจีนบีบคอสาวไทยดับคาห้องพัก ก่อนทิ้งศพไว้นานนับอาทิตย์

หนุ่มจีนบีบคอสาวไทยดับคาห้องพัก ก่อนทิ้งศพไว้นานนับอาทิตย์

หนุ่มจีนบีบคอสาวไทยดับคาห้องพัก ก่อนทิ้งศพไว้นานนับอาทิตย์

หนุ่มจีนบีบคอสาวไทยดับคาห้องพัก

หนุ่มจีนลงมือฆ่าโหด บีบคอหญิงไทยเสียชีวิตคาห้องพัก ทิ้งศพไว้นานนับอาทิตย์ ก่อนจะพยายามฆ่าตัวตายหนีความผิดแต่มีพลเมืองมาช่วยไว้ทัน

วันที่ 4 ต.ค. 2562 เวลา 23.00 น.ตำรวจ.สภ.เมืองพัทยาได้รับแจ้งเหตุฆาตกรรม เหตุเกิดภายในคอนโดหรูแห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักหรูในคอนโด พบศพหญิงสาวชาวไทย ไม่ทราบชื่ออายุ 30-35 ปี สภาพศพนอนหงายไม่สวมใส่เสื้อผ้า เสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน นอกจากนี้ยังพบชายสัญชาติจีนยืนรอมอบตัวอยู่ จากการสอบสวนทราบว่าชายคนจีนที่อยู่ในที่เกิดเหตุเป็นคนลงมือก่อเหตุบีบคอหญิงไทยรายนี้จนถึงขั้นเสียชีวิต

โดยชายจีนนี้ได้ไปเที่ยวยังสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพัทยา และได้พบเจอกับคนตายพูดคุยกันถูกคอก่อนจะชวนมาที่ห้องเพื่อหลับนอนหลังจากนั้นหญิงไทยนั้นได้ขอกลับบ้านแต่ชายชาวจีนนั้นไม่ยอมให้กลับจนเกิดมีปากเสียงกันก่อนที่จะลงมือก่อเหตุบีบคอจนหญิงไทยนั้นเสียชีวิต ต่อมาชายผู้ก่อเหตุก็ได้พยายามฆ่าตัวเพื่อหนีความผิดหลายรอบ แต่มีพลเมืองดีเห็นและช่วยกันนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ทัน

เบื้องต้นตำรวจได้คุมตัวชายจีนผู้ก่อเหตุไปสอบเพิ่มยัง สภ.เมืองพัทยา แต่อย่างไร ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนและจากการตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุยังไม่พบเอกสารที่ชี้ว่าผู้ตายเป็นใคร ซึ่งต้องนำร่างไปเก็บรักษา ก่อนจะส่งตรวจสถานบันนิติเวชเพื่อตรวจสอบ พร้อมรอการติดต่อหาญาติและทราบถึงสาเหตุการตายต่อไป…