พิตตินันท์ รักเอียด

แจ้งความแล้ว พิตตินันท์ รักเอียด ยันไม่รู้จักคนโพสต์กักตุนหน้ากากอนามัย

พิตตินันท์ รักเอียด ยันไม่รู้จักคนโพสต์กักตุนหน้ากากอนามัย

พิตตินันท์ รักเอียด เข้าลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ท่าชนะ หลังถูกกล่าวถึงกรณีคนสนิท รัฐมนตรีช่วยว่าการสะสม-โพสต์ขายหน้ากากอนามัย ช่วงเวลาที่ประชาชน บุคลากรทางด้านการแพทย์ไม่มีใช้ ยืนยันไม่รู้จัก เพียงแค่เข้ามาขอถ่ายรูปด้วยแล้วเอาไปโพสต์เอง

วันที่ 9 มี.ค. เวลา 08.10 น. พันตำรวจตรีราชัน ไกรทอง สว.สอบปากคำ สภ.ท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ภายหลัง นายพิตตินันท์ รักเอียด อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146/1 หมู่ 4 ตำบลท่าชนะ อำเภอท่าชนะ ได้มาแจ้งว่า

ผู้แจ้งอยู่ในคณะทำงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ผ่านมา ช่วงวันที่ 20 ก.พ. 2563 ได้นัดกินข้าวกับน้องกัญฯ พร้อมพวกที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงทพฯ ถัดมาได้มีบุคคล (ผู้โพสต์ในเฟซ ใช้ชื่อว่า ศรสุวีร์ ภู่รวีรรัศวัชรี) ได้มาที่ผู้แจ้งและก็พวกนั่งอยู่ ซึ่งผู้แจ้งไม่เคยรู้จักคนที่โพสต์เฟซบุ๊กมาก่อน

แล้วก็ถัดมาผู้แจ้งได้ถ่ายรูปกับน้องกัญฯ และก็พวก โดยมีบุคคลดังที่กล่าวมาแล้วเข้ามาร่วมถ่ายรูปด้วย ถัดมาผู้แจ้งรู้ดีว่า บุคคลผู้ใช้ชื่อโพสต์ ศรสุวีร์ ภู่รวีรรัศวัชรี ได้นำรูปของผู้แจ้งฯ ไปโพสต์ในเฟซบุ๊กในวันที่ 20 ก.พ. 2563 เวลา 22.40 น. มีเนื้อความว่า

พึ่งจะคุยธุรกิจหน้ากากอนามัย ลูกพี่ลูกน้องๆตรงนี้ต้องการสั่งอะไรมาประเดี๋ยวพวกเราหาให้”ช จากการโพสต์ใจความดังกล่าวมาแล้วข้างต้นอาจส่งผลให้คนทั่วๆไปรู้เรื่องคลาดเคลื่อนในความเป็นจริงได้ ผู้แจ้งก็เลยได้มาแจ้งลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อทำงานในส่วนที่เกี่ยวโยงถัดไป

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/south/1790403

คนไทยจากเกาหลีใต้

คนไทยจากเกาหลีใต้ ถึงสุวรรณภูมิ 88 ราย พบต้องสงสัยติดเชื้อโรค 15 คน

คนไทยจากเกาหลีใต้ ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้วเมื่อคืนนี้ก่อนหน้านี้ โดยถูกแบ่งเป็นหลายกลุ่มพาไปกักบริเวณที่ตึกรับรองสัตหีบ

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 7 เดือนมีนาคม2563 นพ.แพร่ศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ บริษัท สนามบินไทย จำกัด (มหาชน), นายกิตติพงษ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ (สายทำการ 1) บริษัท สนามบินไทย จำกัด มหาชน (การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย) และก็นายขจรศักดิ์ แก้วจรัส ด้วยกัน รับชาวไทยที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้พร้อมคุมเข้มการตรวจคัดเลือกกรองเชื้อไวรัสโควิด-19

คนไทยจากเกาหลีใต้

โดยที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ มียอดผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศเกาหลี สายการบิน JIN AIR เที่ยวบิน IJ 333 เครื่องลงเวลา 21.10 น. ปริมาณผู้โดยสาร 104 คน เป็นชาวไทย 88 คน

นปริมาณนี้เป็นแรงงานไทยไม่ถูกกฎหมายจากประเทศเกาหลีใต้ 66 คน หลังการตรวจคัดเลือกกรองเจอเข้าข่ายต้องสงสัยติดเชื้อโรคด้วยเหตุว่าจับไข้สูง ปริมาณ 15 ราย ก็เลยส่งเข้ารับวิธีการทางสาธารณสุข

น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ บริษัท สนามบินไทย จำกัด (มหาชน) พูดว่า วันนี้มีเที่ยวบินจากประเทศเกาหลี 4 เที่ยวบิน เที่ยวบินแรกมีผู้โดยสาร 104 คนเป็นชาวไทย 88 คน ใน 88 คน เป็นผู้โดยสารที่มีการเสี่ยงสูง 66 คน แล้วก็ตรวจเจอจับไข้ 15 คน จะถูกส่งไปทำการตรวจตามกรรมวิธีการของสาธารณสุข ว่าจับไข้ธรรมดาหรือติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสโควิด 19 ไหม แล้วก็ได้แบ่งผู้โดยสารชาวไทยออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 กรุ๊ปผีน้อยที่มีการเสี่ยงสูงจะถูกส่งตัวไปกักบริเวณที่ ฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อเข้าวิธีการของสาธารณสุข ส่วนผู้โดยสารที่เหลือจะถูกพาไปที่ ส.ดพ.สุวรรณภูมิ เพื่อแยกเดินทางไปที่จุดคัดเลือกกรองของภาค 14 วัน เช่นเดียวกันและก็มีทั้งผอง 4 ภาค ส่วนผู้โดยสารที่ไม่มีส่วนในกรุ๊ปเสี่ยงทางสาธารณสุขจะได้ติดตามไปรอมองถัดไป

คนไทยจากเกาหลีใต้

ปัจจุบันมีกล่าวว่า ชาวไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ 59 คน แบ่งเป็นหญิง 32 คน ชาย 27 คน ได้เดินทางมายังศูนย์เฝ้าระวังตึกการันตีสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี แล้ว ด้วยรถบัส 3 คัน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มแรก โดยทั้งผองจำเป็นจะต้องผ่านการคัดเลือกกรองโรคด้วยการประมาณไข้

การฆ่าเชื่อด้วยแอลกอฮอล์ พร้อมชำระล้างกระเป๋าสัมภาระ รองเท้า อุปกรณ์สื่อสาร ก่อนขึ้นหอพัก ซึ่งได้มีการคัดชาย-หญิง จากกัน สำหรับในการเข้าพักเพื่อสอดส่องอาการ ห้องละ 3 คน โดยชาวไทยที่กลับมาทั้งหมดทั้งปวงจะถูกกักบริเวณ 14 วัน เพื่อเฝ้าอาการตามแผนต่อกรเชื้อไวรัสโควิด-19

คนไทยจากเกาหลีใต้

ส่วนรถบัสและก็พนังงานขับขี่รถที่รับส่งคนประเทศไทยท่ีเดินทางกลับจากเกาหลีนั้น ควรต้องผ่านวิธีการทำความสะอาดด้วยวิธีการทำลายเชื้อตามขั้นตอน กรมวิทยาศาสตร์นาวิกโยธิน แล้วก็กระทรวงสาธารณสุข ก่อนที่จะเดินทางกลับ เพื่อคุ้มครองป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคสู่คนขับขี่ รวมทั้งผู้ใช้งานกับรถเมล์ข้างหลังการกระทำภารกิจ

สำหรับพื้นที่ตึกรับประกันสัตหีบ ข้าราชการเตรียมไว้ทั้งหมดทั้งปวง 6 ตึก ตั้งแต่ตึก 3 ถึงตึก 8 โดยคนที่ถูกกักบริเวณ จะอยู่ได้ในพื้นที่เฉพาะข้างในตึกรับประกันและก็สวนหย่อมรอบๆตึก มีรั้วกันรอบๆและก็มีเจ้าหน้าเจ้าตาสารวัตรทหารเรือ เฝ้าอยู่เสมอ 1 วัน ไม่ให้ออกมาบริเวณข้างนอกหรือชายทะเล ดังนี้คาดว่าจะมีคนประเทศไทยกลับจากประเทศเกาหลีทยอยเดินทางมายังกิจการตึกรับรองสัตหีบเพิ่มเติมอีก เพื่อเฝ้าอาการ

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/central/1789644

สแกน โควิด

สแกน โควิด แรงงานจีน เข้าไทย ไม่พบป่วย แต่ว่ายังกักบริเวณเฝ้าระวัง 14 วัน

ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าตรวจเข้ม 14 แรงงานจีน เดินทางจากแผ่นดินใหญ่เข้าไทย เพื่อดำเนินงานในบริษัทขุดเจาะน้ำมัน สแกน โควิด 19 พื้นฐานไม่เจออาการป่วย แม้กระนั้นยังคงจำเป็นต้องกักบริเวณมองอาการอีก 14 วัน

ช่วงวันที่ 3 เดือนมีนาคม63 ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า ร้อยตำรวจเอกศักดิ์ศรณ์ ชัยธรรมาภรณ์ รอง สว.กองตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพช. ได้รับรายงานจาก บริษัทซิโนเปค หัวตง ออยฟิลล์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชั่น

กลุ่มที่ 15 ตำบลบ่อรัง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบริษัทเจาะน้ำมัน ว่า ทางบริษัทฯได้มีการเปลี่ยนที่คนงานเชื้อชาติจีนเข้ามาพักแคมป์คนงาน ซึ่งได้แยกจากบ้านพักคนงานคนอื่นซึ่งฝูงคนงานดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเพิ่งจะเดินทางมาจากจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ปริมาณ 14 ราย ต่อจากนั้นก็เลยได้ผสานไปยังโรงหมอวิเชียรบุรี ที่ทำการสาธารณสุข

สแกน โควิดอำเภอวชิระบุรี ข้าราชการฝ่ายปกครองอำเภอวิเชียรบุรี แล้วก็โรงพักภูธรวิเชียรบุรี เพื่อเข้ากระทำการตรวจคัดเลือกกรองโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) พร้อมกับประเมินการเสี่ยง รวมทั้งเฝ้าติดตามผล เฝ้าระวังกรุ๊ปแรงงานชนชาติจีนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นอย่างใกล้ชิด ตรงเวลา 14 วัน ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยจะมีการตรวจอุณหภูมิร่างกาย เพื่อวัดไข้ทุกๆวัน

จากการเดินทางไปตรวจตราบ้านพักคนงานดังที่กล่าวถึงมาแล้ว พบว่า มีคนงานชนชาติจีนที่เพิ่งจะเดินมาจากเมืองจีน ช่วงวันที่ 28 เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปริมาณ 11 ราย โดยมีรถตู้ของบริษัทฯได้ไปรับที่ท่าอากาศยาน แล้วก็มีคนงานเชื้อชาติจีนที่เดินทางมาจากจีนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาอีก ปริมาณ 3 ราย รวมทั้งสิ้น 14 ราย ซึ่งทางบริษัทฯได้จัดบ้านพักอยู่ให้อยู่ในแคมป์คนงานที่เตรียมการไว้ให้ โดยแยกจากกลุ่มของผู้คนงานอื่นๆรวมทั้งจากวิธีสำหรับซักเรื่องราวต่างๆแล้วก็ตรวจสุขภาพคนงานชนชาติจีน ทั้งยัง 14 ราย พบว่า ทุกคนมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีการรับเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) หรือลักษณะการเจ็บป่วยไข้อะไรก็แล้วแต่

สแกน โควิดด้าน นางสุนิสา พระตลับ นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญการ เผยออกมาว่า จากการตรวจเช็ควัดอุณหภูมิร่างกายคนงานชนชาติจีนทั้งปวง พบว่าร่างกายธรรมดา แต่ว่าก็ยังจำเป็นต้องทำวัดปรอทร่างกายทุกๆวัน รวมทั้งอยู่ในการควบคุมดูแลเฝ้าระวังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด จากข้าราชการโรงหมอและก็ข้าราชการสาธารณสุขกระทั่งครบ 14 วัน

ปัจจุบันช่วงวันที่ 1 มีนาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา คณะกรรมการโรคติดต่อได้ลงความเห็นให้ “โควิด-19” เป็นโรคติดต่อรุนแรง โรคที่ 14 สถานพยาบาล เจ้าของบ้าน ผู้ครอบครองสถานที่ที่เจอจะต้องแจ้งด้านใน 3 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเกิดตรงเกณฑ์ก็แจ่มแจ้งไปยังผู้จะรับผิดชอบ เพื่อเข้ารับการตรวจตามวิธีการ โดยไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ว่าถ้าหากไม่แจ้งจะนับว่ามีความผิด

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/central/1786023